
ปรับครม. กับการ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ช่วงนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปรับ ครม.ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งด้านการส่งออก การบริโภคในประเทศ การลงทุน ฯลฯ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งจะเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนรวมไปถึงภาคธุรกิจ แต่รัฐมนตรีบางท่านออกมายืนยันว่า ไม่มีการปรับอะไรทั้งนั้น ถึงขนาดการันตีผลงานที่ผ่านมาว่าดีอยู่แล้ว และขออย่าให้พูดถึงการปรับ ครม. เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจนับโยงไปถึงหุ้นที่ตกว่าเกิดจากปัญหาดังกล่าว
ช่วงนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปรับ ครม.ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งด้านการส่งออก การบริโภคในประเทศ การลงทุน ฯลฯ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งจะเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนรวมไปถึงภาคธุรกิจ แต่รัฐมนตรีบางท่านออกมายืนยันว่า ไม่มีการปรับอะไรทั้งนั้น ถึงขนาดการันตีผลงานที่ผ่านมาว่าดีอยู่แล้ว และขออย่าให้พูดถึงการปรับ ครม. เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจนับโยงไปถึงหุ้นที่ตกว่าเกิดจากปัญหาดังกล่าว
ขณะเดียวกันภาคเอกชนทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านอุตสาหกรรม ด้านการค้า ด้านการท่องเที่ยว รวมไปถึงนักธุรกิจรายใหญ่ต่างดาหน้าหนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงทีมงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยขอให้เป็นบุคคลมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ มีความเข้าใจเศรษฐกิจและสามารถสนองตอบต่อความต้องการของเอกชนให้ตรงจุด และมีความรวดเร็วในการแก้ปัญหา
แถมเอกชนยังออกมาติงว่า เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติอย่าลองผิดลองถูก ที่กล่าวนี้ผมถอดมาจากข่าวที่ปรากฏในสื่อมวลชนต่างๆ
ทั้งนี้ โดยภาพรวมทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลในมุมมองของผมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งมีความรู้ความสามารถ เพราะผ่านงานบริหารในระดับประเทศมามากมาย โดยเฉพาะการยอมรับด้านความโปร่งใส เอาว่าเลือกแต่คนดีๆ ทั้งนั้นมาเป็นรัฐมนตรี เพียงแต่ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันแตกต่างกับในอดีต เพราะปัจจัยขับเคลื่อนส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชนไม่ได้มาจากรัฐ เห็นได้จากงบประมาณของรัฐบาลมีสัดส่วนเพียง 22-23% ของจีดีพี ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเปิดเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมาวางอยู่บนฐานเศรษฐกิจกระแสหลัก เป็นการแก้ปัญหาด้วยการใช้กลไกข้าราชการในการขับเคลื่อน โดยไม่ได้เข้าไปแก้ปัญหาโครงสร้างของระบบราชการซึ่งค่อนข้างล้าสมัย มีระเบียบ ขั้นตอนมากมายไม่เอื้อต่อสภาวะปัจจุบัน ทำให้การทำงานค่อนข้างอืดอาด-ล่าช้า
ผมยืนยันได้ เพราะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม ส่วนใหญ่พอบอกว่า มีปัญหาอะไรก็มักจะบอกว่า “รู้แล้ว...ทำแล้ว...ดีอยู่แล้ว” เห็นได้จากโครงการดีๆ ของรัฐบาลแต่ขับเคลื่อนไม่ได้ เพราะติดที่การเบิกจ่ายงบประมาณค่อนข้างล่าช้าจนทำให้ภาคเอกชนออกมาโวยวาย
ปัญหาเศรษฐกิจของไทยการแก้ไขมีความซับซ้อนเพราะเชื่อมโยงกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเกี่ยวข้องกับปัญหาโครงสร้างทั้งภาคการผลิต-บริการ-เกษตรกรรม รวมทั้งปัญหาความยากจนและหนี้สินครัวเรือน หลายปัญหาหมักหมมฝังตัวมาช้านาน กอปรกับงบประมาณมีจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อมาเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทผันผวนอ่อนค่ามากเกินไปจะกระทบวัตถุดิบ-สินค้านำเข้าจะแพงขึ้น ต่อให้ได้เทวดามาเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจในช่วงนี้ก็คงแก้ปัญหาไม่ได้ในเร็ววัน สำหรับการปรับ ครม.ผมไม่ขอวิจารณ์เดี๋ยวเขาจะว่าเอา
แต่ในภาคธุรกิจหากผู้บริหารแก้ปัญหาไม่ได้เขาก็ปรับออก...เป็นเรื่องปกติครับ...
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







