
ศก.ซัดยางทดแทนโตน้อย หวังรถคันแรกแห่เปลี่ยน
ตลาดยางอาร์อีเอ็มหรือยางทดแทนปีนี้โตต่ำกว่า 5% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หวังรถคันแรกเปลี่ยนยางช่วยพยุงตลาด
ตลาดยางอาร์อีเอ็มหรือยางทดแทนปีนี้โตต่ำกว่า 5% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หวังรถคันแรกเปลี่ยนยางช่วยพยุงตลาด
นายโทนี เมนาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจยางรถโดยสารส่วนบุคคลและรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย บริษัท มิชลิน อาร์ โอ เอช เปิดเผยว่า ตลาดสินค้าทดแทน (อาร์อีเอ็ม) ของผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2558 ยังอยู่ในสถานการณ์บวกแต่เติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ จากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายลง
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงคาดว่าภาพรวมตลาดด้านยอดขายจะอยู่ที่ 9 ล้านเส้น ซึ่งเติบโตต่ำกว่าปีก่อนประมาณ 5% แต่ยังถือว่าดีในภาวะที่ภาพรวมการจำหน่ายของตลาดรถยนต์ลดลง เพราะตลาดยางรถยนต์ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว และกลับส่งผลดีให้มีอัตราเติบโตเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย จากผู้บริโภคหันมาใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางรถยนต์แทนการชะลอการซื้อรถยนต์คันใหม่ออกไปก่อน
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับทุกสภาพตลาดด้วยการรักษาความสมดุลระหว่างตลาดรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) และตลาดอาร์อีเอ็ม ให้อยู่ในระดับ 50% ต่อ 50% ตามลำดับ จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 55% ต่อ 45% ตามลำดับ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบเมื่อสภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับอีกปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ตลาดไม่อยู่ในภาวะติดลบคือ รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกเริ่มครบระยะเวลาการเปลี่ยนยาง 3 ปี จึงส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวเริ่มทยอยเปลี่ยนยางรถยนต์ตามอายุยางเฉลี่ย 3 ปี จึงช่วยพยุงตลาดให้ยังเติบโตได้อยู่
ขณะที่ภาพรวมตลาดยางรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 ประเทศที่มีอัตรายอดขายลดลงมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย และจีน ส่งผลให้ทั้งตลาดชะลอตัวเช่นกันจากการส่งออกไปยังประเทศดังกล่าว







