
ออโต้ซคินหันรุกส่งออกเพิ่ม ปั้นยอดชดเชยในประเทศ
ตลาดฟิล์มกันรอยและปกป้องสีรถได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ออโต้ซคินหันบุกตลาดส่งออกเพิ่มสัดส่วนเป็น 30%
ตลาดฟิล์มกันรอยและปกป้องสีรถได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ออโต้ซคินหันบุกตลาดส่งออกเพิ่มสัดส่วนเป็น 30%
นายพสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทออโต้ซคิน ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกันรอยปกป้องสีรถภายใต้ยี่ห้อออโต้ซคิน เปิดเผยว่า จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและยอดขายตลาดรถยนต์ภายในประเทศที่ตกต่ำมาก ส่งผลให้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายติดตั้งฟิล์มแบบเต็มคันไว้เพียง 650 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 1,200 คัน
ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนรถที่เข้ามาติดตั้งแล้ว 300 คัน และคาดว่าระยะเวลาครึ่งปีหลังน่าจะทำยอดเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม จากตลาดในประเทศที่เติบโตลดลงทำให้บริษัทปรับแผนด้วยการหันไปเพิ่มยอดส่งออกฟิล์มม้วนไปต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 30% จากรายได้รวม หรือส่งฟิล์มม้วนไปยังดีลเลอร์ต่างประเทศให้ได้ 1,500 ม้วน จากปีที่ผ่านมาส่งออกไป 1,000 ม้วน หรือคิดเป็นรายได้ 150 ล้านบาท
“ในปี 2556-2557 ตลาดฟิล์มกันรอยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องสูงถึง 30% จากตลาดรวมฟิล์มปกป้องสีรถเฉลี่ยปีละ 2,500–3,000 คัน เนื่องจากยังจับกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างนิช เฉพาะกลุ่มรถหรูที่มียอดจำหน่ายเฉลี่ยปีละ 2 หมื่นคัน และรถซูเปอร์คาร์ที่มียอดจำหน่ายปีละ 500 คัน/ปี” นายพสุพงษ์ กล่าว
ขณะที่ผลประกอบการที่ผ่านมา บริษัทสามารถเติบโตได้เฉลี่ยปีละ 15% ต่อเนื่อง โดยมียอดขายเฉลี่ยแต่ละประมาณ 800-1,000 คัน ดังนั้นการตั้งเป้าเติบโตลดลงหรือมียอดขายเพียง 650 คันในปีนี้ จึงถือว่าเป็นการเติบโตลดลงถึง 30-40% ซึ่งเป็นไปตามสภาวะทางการตลาด
นายพสุพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันออโต้ซคินถือเป็นผู้นำตลาดฟิล์มปกป้องสีรถในเมืองไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นรถระดับพรีเมียมสัดส่วน 50% และซูเปอร์คาร์ 40% โดยการติดตั้งฟิล์มปกป้องสีรถแบบเต็มคัน ราคาติดตั้งต่อคัน 1.2-1.5 แสนบาท สำหรับรถขนาดใหญ่และมีรถที่เข้ารับบริการติดตั้งฟิล์มกันสะเก็ดหินกระจกหน้ารถเฉลี่ยปีละ 600 คัน ในราคาคันละ 1.2 หมื่นบาท พร้อมตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำตลาดต่อเนื่อง







