posttoday
ผลิตภาพ-หุ่นยนต์-ค่าแรง กับดักไทยเวทีภูมิภาค

ผลิตภาพ-หุ่นยนต์-ค่าแรง กับดักไทยเวทีภูมิภาค

23 กรกฎาคม 2558

ปี 2559 ถือเป็นปีหนึ่งที่ไทยจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายประการ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ปี 2559 ถือเป็นปีหนึ่งที่ไทยจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายประการ ตั้งแต่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นปีแรก ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกันประชากรวัยแรงงานของไทยจะเริ่มลดลงเป็นปีแรก จากสถานการณ์การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมแข่งขันและรับมือจำนวนแรงงานลดลง จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสถานการณ์การพัฒนาทุนมนุษย์ของไทยดูจะยังเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า ข้อมูลผลิตภาพแรงงานประจำปี 2557 ของ The Conference Board สมาคมวิจัยประเด็นต่างๆ ระดับสากล ระบุว่า ในปี 2557 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีอัตราเติบโตของผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5% โดยไทยเติบโตเพียง 2.9% เท่านั้น

อัตราดังกล่าวถือเป็นอัตราเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียน เพราะภาพรวมประเทศอื่นในอาเซียนมีผลิตภาพแรงงานเติบโตตั้งแต่ 3.3-6.1% มีพม่าและอินโดนีเซียเป็นแชมป์และรองแชมป์

สุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลิตภาพแรงงานเป็นสิ่งที่ไทยยังขาดมาก เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับอาเซียนด้วยกัน แรงงานไทยมีผลิตภาพแรงงานเติบโตต่ำที่สุดในภูมิภาค เรื่องดังกล่าวกลับมากระทบต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

“ขณะนี้เถียงกันไปมาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 360 บาท/วัน แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการยังจ่ายให้ไม่ได้ เพราะถ้าจ่าย 360 บาท แต่ยังได้คุณภาพงานเท่ากับ 1 ใน 4 ของค่าจ้าง นายจ้างก็ไม่ไหว ถ้าจ่ายแล้วได้คุณภาพและปริมาณงานเท่ากับ 50-75% ของที่จ่าย นายจ้างก็คงยินดี”

นอกจากการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยยังแข่งขันกับประเทศอื่นได้แล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่มีการกล่าวถึงคือการนำเข้าเครื่องจักรและหุ่นยนต์เข้ามาใช้งาน และลดการใช้แรงงานคนลง

รายงาน World Robotic Industrial Robots 2014 ของ International Federation of Robotics ระบุว่า ในปี 2557 นั้นคาดว่าเอเชียและออสเตรเลียนำเข้าหุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมมากถึง 1.2 แสนตัว โดยจีนนำเข้ามากที่สุด ประมาณ 5 หมื่นตัวขณะที่ไทยนำเข้ามากเป็นอันดับ 5 ของเอเชียและมากที่สุดในอาเซียน คิดเป็น 4,200 ตัว โดยหุ่นยนต์ที่ไทยนำเข้ามาใช้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน

ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ต่างก็นำเข้าหุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บอกว่า ปัจจุบันไทยนำเข้าหุ่นยนต์ 3,000-4,000 ตัว/ปี สัดส่วนหุ่นยนต์ต่อประชากรอยู่ที่ 303 ตัว/1 ล้านคน การนำเข้าหุ่นยนต์และเครื่องจักรถือเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแปลงภาคการผลิตที่เคยใช้แรงงานเข้มข้นไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม

อย่างไรก็ดี การนำเข้าหุ่นยนต์และเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถช่วยให้ไทยหลุดพ้นจากการติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ไปได้

“เครื่องจักรและหุ่นยนต์ไม่สามารถมาแทนคนได้เสมอไป เพราะโดยหลักแล้วเครื่องจักรจะช่วยเหลือแรงงานประสิทธิภาพสูง เรายังต้องเร่งพัฒนาแรงงานระดับปกติต่อไป”

ปัจจุบันธุรกิจไทยถือว่ามีลักษณะ “อ้วนฉุ” ต้องหันมายกระดับกระบวนการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) กำจัดความสูญเปล่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการผลิต โดยการผลิตแบบลีนจะค่อยๆ เพิ่มผลิตภาพ และช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล

ทั้งนี้ การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ โดยจะย้ายในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นและมีมูลค่าเพิ่มต่ำ เนื่องจากไทยเริ่มมีประชากรวัยแรงงานลดลง มีค่าแรงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงจะยังอยู่ในไทย

อย่างไรก็ตาม การมุ่งพัฒนาคนและนำเข้าเครื่องจักรเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยทางสังคมก็อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา

แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ปัจจุบัน แรงงานมักถูกมองแต่ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น การมองว่าค่าแรงขั้นต่ำควรวัดตามผลิตภาพแรงงาน ทั้งที่ความเป็นจริง ปรัชญาของค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่มาตรการทางเศรษฐกิจ แต่เป็นมาตรการทางสังคม เป็นหลักประกันทางสังคมขั้นต่ำ

“ตอนนี้บริบทค่าแรงขั้นต่ำของไทยค่อนข้างแปลก แรงงานทำงานได้ค่าแรงขั้นต่ำแล้วยังต้องแสวงหาการทำงานล่วงเวลาอีก 3-4 ชั่วโมง/วัน ที่ไหนไม่มีให้ทำงานล่วงเวลาก็ย้ายไปทำที่อื่น สะท้อนว่าค่าแรงขั้นต่ำของไทยยังไม่พอสำหรับการค้ำจุนความเป็นมนุษย์ ไม่พอสำหรับต่อลมหายใจ แรงงานจึงต้องไปทำงานหามรุ่งหามค่ำ”

ทั้งนี้ ค่าแรงขั้นต่ำควรเพียงพอจะทำให้แรงงานทำงานแค่ 8 ชั่วโมง แล้วมีเวลาที่เหลือกลับไปดูแลครอบครัว ยึดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นตัวตั้งว่าจะอยู่ได้อย่างมนุษย์ หากยึดที่ผลิตภาพแรงงานก็อาจไม่จำเป็นต้องมีค่าแรงขั้นต่ำ และหากนำผลิตภาพแรงงานมาพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำจริงๆ แรงงานคงไม่สามารถต่อลมหายใจได้

อย่างไรก็ดี หากปรับค่าแรงขั้นต่ำให้สูงขึ้นโดยที่ผลิตภาพแรงงานยังเป็นอยู่ในปัจจุบันก็น่าเห็นใจธุรกิจขนาดเล็ก ภาครัฐจึงควรมีนโยบายออกมาอุดหนุนนายจ้างในบางภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ