posttoday
ลาวอ้าแขนรับต่างชาติ ไทยปักธงดิวตี้ฟรี

ลาวอ้าแขนรับต่างชาติ ไทยปักธงดิวตี้ฟรี

22 กรกฎาคม 2558

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

สปป.ลาว เป็นตัวอย่างของประเทศที่พยายามแปลงจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง สร้างประเทศให้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงทางบก (แลนด์ลิงค์) ของอาเซียน ทำให้วันนี้กลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ของลุ่มน้ำโขง

กิ่งโพธิ์แก้ว พรหมมหาไชย ที่ปรึกษารองหัวหน้าคณะทูต และรองผู้แทนถาวรด้านเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) สถานเอกอัครรัฐทูตแห่งสปป.ลาว กล่าวว่า  รัฐบาลลาวมี
นโยบายชัดเจนที่จะเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนจากทั่วโลก และพยายามปรับแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เพราะตระหนักดีแล้วว่าลาว “จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้”

“ที่ผ่านมาลาวได้ออกกฎหมายการค้าและการลงทุนใหม่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยน มีนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตเศรษฐกิจเฉพาะ และเขตนิคมอุตสาหกรรม พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ซึ่งจะนำลาวไปสู่เป้าหมายการเป็นเมืองเชื่อมต่อของประเทศในอาเซียน (แลนด์ลิงค์ซิตี้)” กิ่งโพธิ์แก้ว อธิบาย

ขณะที่ สุพัน แก้วคำเพชร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครรัฐทูตแห่งสปป.ลาว ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาลาวดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น  ส่วนใหญ่มาจากจีนและเวียดนาม  โดยรัฐบาลลาวส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้า เหมืองแร่ การเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งล้วนเป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ที่ลาวมองว่าไทยมีศักยภาพด้านการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ขณะที่การเกษตรลาวยังไม่ค่อยมีการพัฒนานัก

“ไทยและลาวเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน สนิทสนมกันมานาน ลาวเป็นช่องทางที่เต็มไปด้วยโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุน เพื่อใช้ลาวเป็นชุมทางการค้าในอาเซียน โดยในปี 2559 ได้ตั้งเป้ามูลค่าการค้าระหว่างกัน 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ” สุพัน กล่าว

สำหรับทุนไทยนั้น ที่ผ่านมาได้ขยับขยายเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว มาพอสมควร และโครงการลงทุนล่าสุดที่สะท้อนถึงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศนี้ได้ดี คือ  โครงการลาวดิวตี้ฟรี มอลล์ ในเขตเศรษฐกิจเฉพาะเวียงจันทน์ ในพื้นที่ 200 ไร่ ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1

สยาม รามสูต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยาม อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี กล่าวว่า ได้ร่วมทุนกับบริษัท บีเอ็มเอ็ม กรุ๊ป โดยไทยถือหุ้น 49% และทางลาวถือหุ้น 51% เพื่อร่วมกันบริหารโครงการดังกล่าว พร้อมตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการค้าปลอดภาษีของอาเซียน ซึ่งถือว่ามีความท้าทายอยู่ไม่น้อย เพราะเท่ากับเป็นการวัดกำลังซื้อในลาว ว่าจะมีมากพอที่จะผลักดันให้โครงการไปได้สวยตามเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี ได้หรือไม่

“เราเลือกลงทุนในเขตเศรษฐกิจเฉพาะแห่งนี้ เพราใกล้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 มีมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่า 1 แสนล้านบาท/ปี ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง การขนส่งสะดวก และยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีต่างๆ มีการอำนวยความสะดวกการจัดการบริการจดทะเบียนการค้า การขออนุญาตธุรกิจ เป็นต้น ธุรกิจในเขตนี้ได้รับการยกเว้นภาษีการค้า ภาษีนำเข้าสินค้า และการเปิดบัญชีธนาคารเงินฝากเพื่อนำเงินเข้าและออก” สยาม ระบุถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลงทุน

ทั้งนี้ โครงการส่วนแรก คือ โครงการลาวดิวตี้ฟรี หรือแอลดีเอฟ ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลลาวแล้ว ใช้เงินลงทุน 3,500 ล้านบาท พื้นที่ 20 ไร่ พื้นที่โครงการ 3.7 หมื่น ตร.ม. พื้นที่ขาย 2.2 หมื่น ตร.ม. จอดรถได้ 300 คัน สูง 4 ชั้น สินค้าที่จำหน่ายมีหลากหลาย เช่น แฟชั่น สัดส่วน 45% ซูเปอร์มาร์เก็ต 10% ซึ่งเจรจากับวิลล่าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ธุรกิจสกินแคร์ 5% ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม 9% ธนาคาร 5% เป็นต้น

สยาม ฉายภาพว่า สปป.ลาว มีศักยภาพมากในอนาคต ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.1 ล้านคน แบ่งเป็นคนไทย 2 ล้านกว่าคน เวียดนาม 1.1 ล้านคน และลาว 4 แสนกว่าคน ส่วนที่เหลือเป็นชาติอื่นๆ เพิ่มจากปี 2556 ที่มีประมาณ 3.7 ล้านคน โดยปีที่แล้วนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในเขตดังกล่าวมากถึง 2.3 ล้านคน

ขณะเดียวกัน เชื่อมั่นว่าหากโครงการรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 7,200 ล้านบาท เส้นทางคุนหมิง-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ ระยะทาง 420 กิโลเมตร เสร็จเรียบร้อยในปี 2562 จะยิ่งช่วยทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น ทำให้มั่นใจและตั้งเป้าว่าจะมีผู้ใช้บริการดิวตี้ฟรี  1 หมื่นคน/วัน

“รัฐบาลลาวจะใช้ภาคท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวปีละเท่าตัว ซึ่งโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจลาว” สยาม กล่า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ