posttoday
กรรมของชาวนา... สต๊อกรัฐกดราคาติดดิน

กรรมของชาวนา... สต๊อกรัฐกดราคาติดดิน

22 กรกฎาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

นับเป็นกรรมและผีซ้ำด้ำพลอยของชาวนาไทย เพราะแม้ว่าผลผลิตในปีนี้มีเค้าลางให้เห็นว่าจะมีปริมาณที่ลดลงจากปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในภาวะปกติน่าจะเป็นแรงกดดันให้ราคาข้าวปรับตัวจากปัจจุบันทะลุเกวียนละ 1 หมื่นบาทได้ แต่ดูเหมือนว่าความเป็นจริงจะไม่เป็นเช่นนั้น

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประเมินชัดว่า สต๊อกข้าวรัฐบาลที่มีอยู่มากถึง 15 ล้านตัน กลายเป็นแรงกดดันราคาข้าวเปลือกของเกษตรกรให้ลดลงประมาณ 2,000 บาท/ตัน จากความน่าจะเป็นในปัจจุบันที่ราคาข้าวเปลือกควรอยู่ที่ 1-1.1 หมื่นบาท/ตัน เพราะผลผลิตลดลงได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ผลที่ตามมาทำให้ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายได้จริงเฉลี่ยอยู่ที่ 8,500-9,000 บาท/ตันเท่านั้น สำหรับข้าวแห้ง เนื่องจากลูกค้าต่างประเทศไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวเก็บไว้ในสต๊อกมาก เพราะทราบว่าปริมาณข้าวของไทยยังเหลืออยู่

ดังนั้น ในอนาคตภาคเอกชนหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่คงไม่นำนโยบายรับจำนำข้าวราคาแพงกว่าราคาตลาดมาใช้หาเสียงอีก เพราะสร้างความเสียหายแก่วงการข้าวในระยะยาว

“ราคาข้าวเปลือกปัจจุบันอยู่ที่ 8,500-9,000 บาท/ตัน ซึ่งหากชาวนาขายได้ต่ำกว่า 9,000 บาท/ตัน ก็ต้องไปถามโรงสีแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปัจจุบันราคาส่งออกข้าวอยู่ที่ 390-400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาข้าวเปลือกก็ควรขยับขึ้นตามส่งออก” ร.ต.ท.เจริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวในปี 2558 จากเดิมคาดว่าจะส่งออกได้ 10 ล้านตัน เหลือส่งออก 9.5 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวขาว 4.8 ล้านตัน ลดลง 2 แสนตัน เพราะจะเสียตลาดให้เวียดนามที่ข้าวมีราคาต่ำกว่าไทย 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ผู้ซื้อหันมาซื้อข้าวจากประเทศที่ราคาถูกกว่าไทย ข้าวหอมมะลิ 2.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2 แสนตัน จากราคาข้าวหอมมะลิไทยแพงกว่าคู่แข่งไม่มาก ข้าวนึ่ง 2.2 ล้านตัน ลดลง 5 แสนตัน เพราะผลผลิตข้าวเปลือกในประเทศลดลงจากภัยแล้ง และเสียตลาดให้กับอินเดีย

สำหรับการเปิดประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลในส่วนของข้าวเสื่อมนั้น สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้วิธีการระบายแบบประมูลยกคลัง โดยรัฐไม่จำเป็นต้องแยกเกรดข้าว แต่ควรปล่อยให้คนซื้อเป็นผู้คัดเลือกข้าว จะทำให้ระบายได้รวดเร็วและได้ราคาดีกว่าไปทำเอทานอล เพราะข้าวผงเลี้ยงปลาขายได้กิโลกรัมละ 8 บาท ดีกว่าขายไปทำเอทานอลที่น่าจะได้แค่กิโลกรัมละ 3 บาท และรัฐบาลควรเร่งรัดให้มีการทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ยังค้างคาอยู่ 2 ล้านตัน กับประเทศจีน

ด้าน ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องราคาส่งออกข้าวไทยและราคาส่งออกข้าวเวียดนามที่ห่างกันถึง 40-50 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือเป็นราคาส่งออกที่ห่างกันมากสุดตั้งแต่ไม่มีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยราคาข้าวขาวเวียดนามอยู่ที่ 350 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาส่งออกข้าวขาวไทยอยู่ที่ 390-400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้การแข่งขันในตลาดข้าวขาวยากขึ้น และแม้ประเทศผู้ซื้อข้าวอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียจะประสบภัยแล้ง มีการเปิดประมูลนำเข้าข้าว แต่เชื่อว่าราคาข้าวไทยก็คงแข่งขันกับเวียดนามไม่ได้

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในส่วนของข้าวเสียเป็นฝุ่นผงและข้าวเกรดซี กระทรวงพร้อมเปิดให้ทุกกลุ่มเข้ามาร่วมประมูล แต่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เพราะหากผลการตรวจเชื้อราข้าวพบว่า มีเชื้อราอยู่จริง ก็ไม่ควรนำกลับมาบริโภคทั้งในคนและสัตว์ จะต้องออกมาทำเอทานอลและชีวมวล

“ในวันนี้ 22 ก.ค. ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์นำคณะลงตรวจสอบโกดังข้าวที่เป็นฝุ่นผง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าข้าวเสียหายมาก เป็นฝุ่นไม่สามารถนำมาทำอะไรได้อีกแล้ว จะได้เข้าใจตรงกัน” รมว.พาณิชย์ ชี้แจงเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่ามุ่งเน้นขายข้าวอย่างไร

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า แนวโน้มราคาข้าวเปลือกกำลังขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดน้อยลง โดยราคาข้าวเปลือกจะถึง 1 หมื่นบาท/ตัน หรือไม่ ก็คาดหวังว่าราคาข้าวเปลือกจะขยับขึ้นไปถึงตรงจุดนั้นได้ และที่ผ่านมาที่ราคาข้าวเปลือกขยับช้านั้นก็ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ หารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันผลักดันราคาข้าวไม่ให้เกิดการกดราคา

นั่นคือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทำได้ ชะตาชาวนาจึงฝากไว้ที่อุ้งมือกระทรวงพาณิชย์จริงๆ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย