
เครือข่ายกองทุน
โดย...ช้ัตน์วรี
โดย...ช้ัตน์วรี
การปฏิรูปการเงินฐานราก เป็นโจทย์หนึ่งของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง ที่จะต้องแก้ไขปัญหาเพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงการบริการด้านการเงินระหว่างคนในกรุงเทพฯ กับคนในชนบท
ทั้งนี้ เนื่องจากคนในชนบทไม่สามารถออม และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเชิงโอกาส รายได้ และเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองขึ้นในปี 2544 จนปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชน 79,255 กองทุน มีเงินหมุนเวียนรวม 162.24 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตชนบท เช่น กองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนสัจจะออมทรัพย์ กองทุนสวัสดิการชุมชน และธนาคารหมู่บ้าน รวมแล้วมีมากกว่า 3 หมื่นแห่ง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
เนื่องจากสถาบันการเงินชุมชนประสบปัญหาที่สำคัญ 4 ประการ 1.กองทุนเน้นการส่งเสริมการกู้ยืมเพื่อไปใช้จ่ายมากกว่าการออมและการลงทุน ทำให้เกิดปัญหาใช้จ่ายเกินตัว 2.ขาดมาตรฐานในการบริหาร และขาดความมั่นคง 3.ขาดผู้ส่งเสริมและกำกับดูแล 4.ขาดการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และขาดกฎหมายรองรับ
ดังนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้มีการปฏิรูประบบการเงินฐานราก โดยจะเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่คือกองทุนในชุมชนต่างๆ กว่า 3 หมื่นแห่ง ด้วยการจัดตั้งเป็นโครงข่ายการเงินฐานราก มีธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นแม่ข่ายร่วมกัน จากนั้นจะคัดสรรกองทุนชุมชนที่มีผลการดำเนินงานดี มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง มุ่งเน้นการออมและให้มีการสร้างเครือข่ายโดยสมัครใจ
ทั้งนี้ กองทุนฯ ที่เข้าเครือข่ายจะได้สิทธิประโยชน์ คือ ได้รับความช่วยเหลือยกมาตรฐานบัญชี ซึ่งจะขอความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย ให้ผู้จัดการสาขาธนาคารพาณิชย์เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลกองทุนฯ พร้อมกับช่วยพัฒนาระบบโปรแกรมธนาคารและบัญชีให้กับสมาชิกเครือข่าย การให้เป็นตัวแทนในการโอนเงินระหว่างเมืองและพื้นที่ของตน สามารถกู้ยืมเงินให้กับสมาชิกในเครือข่ายผ่านแม่ข่าย การเป็นช่องทางการออมของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และได้รับความรู้ทางการเงินเป็นต้น







