
‘ศุภชัย’ แนะใช้ไอที ทำโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หลังกิจกรรมที่องค์กรขนาดใหญ่นิยมทำเพื่อสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่าง Corporate Social Responsibility หรือซีเอสอาร์ (CSR) โดยมองว่าแฝงวาระเชิงธุรกิจมากเกินไป พัฒนาการอีกขั้นของกิจกรรมเพื่อสังคม จึงเปลี่ยนมาเป็น Social Enterprise หรือ SE และเพื่อให้กิจกรรมนี้เห็นผลได้เร็วขึ้น การนำไอซีทีเข้ามาช่วยนับเป็นวิธีที่กำลังมาแรง
ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทางกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ต้องการผลักดันให้องค์กรขนาดใหญ่ร่วมกันตระหนักถึงการสร้างโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์เพื่อพัฒนาภาพรวมของประเทศ ถือว่าเป็นการวางรากฐานตั้งแต่จุดที่เล็กที่สุด ส่งผลให้ประเทศมีความแข็งแกร่ง
“หากมองดูประเทศจีนหรือเกาหลีใต้ ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นประเทศที่ผันตัวจากประเทศที่ยากจนมาเป็นประเทศที่มีความมั่นคงในการใช้ชีวิต ซึ่งการปรับเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือนี้ อาศัยประชากรเจนวายซึ่งเป็นคนเพียง 1 รุ่นที่รู้จักใช้งานเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนประเทศได้ ถือว่าเป็นกลไกที่สำคัญ หากกระบวนการศึกษาสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งการทำงานและสร้างจิตสำนึกในการทำเพื่อส่วนรวมได้จะเป็นการวางรากฐานของไทยสู่อนาคตที่มั่นคงได้เช่นกัน” ศุภชัย กล่าว
บริษัทมองเห็นแนวโน้มหรือเทรนด์ในขั้นตอนไป คือ การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ การซื้อขายสินค้าออนไลน์นั้น ถือว่าเป็นเทรนด์ของโลก เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายมากขึ้น ผนวกกับระบบโลจิสติกส์หรือการขนส่งสินค้าที่จะเข้ามาเสริมการทำงานให้ราบรื่นมากขึ้น
ศุภชัย กล่าวว่า ทรู คอร์ป เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในแง่ของเทคโนโลยีใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของสัญญาณหรือดีไวซ์เท่านั้น แต่หมายรวมถึงการให้บริการเทคโนโลยีอย่างเช่น คลาวด์ บิ๊กดาต้า และอะนาไลติกส์ ที่เป็นกระบวนการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งบริษัทต้องคอยตามเทรนด์นี้ให้ทัน
“เรื่องการประมูลใบอนุญาตเป็นเรื่องของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งาน แค่ค่าใบอนุญาตและการติดตั้งเสาสัญญาณให้ครอบคลุมการใช้งาน ก็ใช้เม็ดเงินกว่าแสนล้านบาทแล้ว แต่เรายังเชื่อมั่นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากมีคนรุ่นใหม่รู้จักนำเทคโนโลยีที่มีเหล่านี้ไปคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดรายได้ให้แก่ภาคการเกษตร และภาคธุรกิจ” ศุภชัย กล่าว
การทำโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจนได้ อาจต้องใช้เวลานาน 3-5 ปี หากองค์กรขนาดใหญ่ร่วมกันสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้รู้จักใช้เทคโนโลยี ปรับปรุงและพัฒนาจุดด้อยของสังคมได้ เชื่อว่าจะเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน เพราะคนรุ่นใหม่นั้นถือว่าเป็นวัยที่กล้าลงมือทำโดยไม่รอพึ่งพาใคร หากนำความสามารถมาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ จะสร้างประเทศให้พัฒนาได้อย่างยั่งยืน







