posttoday
NPL กลุ่มธนาคาร เพิ่มตามคาด

NPL กลุ่มธนาคาร เพิ่มตามคาด

21 กรกฎาคม 2558

โดย..จิตรา อมรธรรม

โดย..จิตรา อมรธรรม

ผลกำไรของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2558 ที่นักลงทุนต่างกังวล ในที่สุดก็น่าจะไม่เหนือไปกว่าที่คาดการณ์กันมากนัก (คือแย่ตามคาด) โดยกำไรในไตรมาสนี้ถูกกดดันจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มสูงขึ้น (แต่ไม่ได้สูงไปกว่าคาด) ทำให้กำไรของ 8 ธนาคารที่รายงานแล้ว ลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา (Q-Q) และลดลงถึง 7% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (Y-Y) แต่ในส่วนของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin : NIM) ที่อยู่ในทิศทางขาลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ยังเห็นผลไม่ชัดในไตรมาสนี้ แต่จะไปเห็นผลในไตรมาสถัดไป ในขณะที่การตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญมีแต่จะทรงตัวถึงปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผลประกอบการในไตรมาส 3/2558 มีแนวโน้มจะถูกกระทบหนักกว่าไตรมาสนี้ เพราะจะถูกบีบทั้งจากรายได้ที่หดตัวและรายจ่ายที่สูงขึ้น ยกเว้นธนาคารที่สามารถเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้ชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัว นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่แม้หุ้นในกลุ่มธนาคารหลายตัวจะถูกแล้ว แต่คนซื้อยังต่อราคาแบบใจเย็นได้อีก FSS Research ยังคงมองเหมือนเดิมว่า TISCO เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มธนาคารในยามนี้

ขอพูดเลยไปถึงกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อตลาด มุมมองราคาน้ำมันของเราค่อนไปทาง Bear เหตุเพราะมองค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าตลอดปีนี้ถึงปีหน้าเป็นอย่างน้อย เพราะนอกจากวิกฤตกรีซที่เคยเกิดขึ้นจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแล้ว (ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย) การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในช่วงปลายปี จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก และในปีหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มดูดซับสภาพคล่องออกจากระบบ (QE1-3 ที่ครบกำหนด จะไม่มีการ roll-over) ยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์อยู่ในทิศทางที่แข็งค่า (เป็นลบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ด้วย) นอกจากนี้ กรณีที่อิหร่านจะทยอยส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น หลังจากชาติมหาอำนาจยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน ยิ่งทำให้ภาวะ Oversupply ของน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เพิ่มมากขึ้นไปอีก

เมื่อ 2 กลุ่มหลักของตลาดมีทิศทางเช่นนี้ จึงเป็นการยากมากถึงมากที่สุดที่จะผลักดันให้ดัชนีตลาดปรับขึ้นได้ หุ้นที่ PE ต่ำมีมากมายแต่การซื้อต้องทำใจว่าเป็นการซื้อลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไปเป็นอย่างน้อย!

ผลประกอบการรายธนาคาร

KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2558 จำนวน 11,479 ล้านบาท ลดลง 7.4% Q-Q และ 2.2% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่ดีกว่าที่ตลาดคาด ในไตรมาสนี้ KBANK มีการตั้งสำรองหนี้สูญ 6,000 ล้านบาท (+51% Q-Q และ +99% Y-Y) มากกว่าที่คาด แต่กำไรก่อนสำรองแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ จึงชดเชยค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่สูงขึ้นได้ ซึ่งเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่มากกว่าคาดและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว ซึ่งถือว่าบริษัทส่วนต่างของดอกเบี้ยได้ดี เพราะแทบไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ราคาพื้นฐานสิ้นปีนี้ประเมินไว้ที่ 219 บาท

TMB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2558 จำนวน 2,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% Q-Q แต่ลดลง 12.3% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดจากรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคาด แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง แต่ TMB ขยายสินเชื่อได้สูงกว่าคาดโดยเพิ่มขึ้น 2.2% Q-Q และ 3.8% YTD ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 19.3% Q-Q และ 49.6% Y-Y มาจากการรายได้จากธุรกิจประกันและกองทุนรวม และยังมีรายได้จากกำไรจากเงินลงทุน 107 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ ไตรมาสนี้ TMB ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลดลง 44% Q-Q ซึ่งเป็นเพราะได้ตั้ง
สำรองฯ ไปมากแล้วในไตรมาสแรก ราคาพื้นฐานสิ้นปีนี้ประเมินไว้ที่ 2.82 บาท     

KKP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2558 จำนวน 749 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% Q-Q และ 19.2% Y-Y ดีกว่าคาด เพราะค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงถึง 43% Q-Q และผลขาดทุนรถยึดลดลงจากไตรมาสก่อน หากไม่รวมเงินสำรองฯ กำไรจากการดำเนินงานลดลง 14% Q-Q จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง ซึ่งไม่น่าประทับใจ ราคาพื้นฐานสิ้นปีนี้ประเมินไว้ที่ 38 บาท 

TCAP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2558 จำนวน 1,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% Q-Q และ 12.8% Y-Y ดีกว่าคาด เพราะมีกำไรจากเงินลงทุนในตราสารหนี้และมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก ในส่วนของ NPL ลดลงเป็นไตรมาส 4 ติดต่อกัน แต่ NPL Ratio ที่อยู่ในระดับสูงกว่ากลุ่ม ทำให้ TCAP ยังต้องกันเงินสำรองฯ ในระดับมากกว่าปกติต่อไป ราคาพื้นฐานสิ้นปีนี้ประเมินไว้ที่ 40 บาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ