
'ซิวามี'เจาะตลาดค้าชุดชั้นในสตรี ค้าออนไลน์ที่ลดความเขินอาย
ตลาดชุดชั้นในสตรีของอินเดียมีมูลค่ามากถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ด้วยวัฒนธรรม สตรีชาวอินเดียกลับรู้สึกเขินอายที่จะซื้อชุดชั้นในเหล่านั้นในร้านค้าปลีก
ตลาดชุดชั้นในสตรีของอินเดียมีมูลค่ามากถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ด้วยวัฒนธรรม สตรีชาวอินเดียกลับรู้สึกเขินอายที่จะซื้อชุดชั้นในเหล่านั้นในร้านค้าปลีก
ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่รู้ว่าตัวเองมีสินค้าทางเลือกอะไรบ้าง และทางร้านค้าปลีกเองก็ไม่มีการสต๊อกสินค้าไว้มากพอและทุกไซส์ตามที่ลูกค้าต้องการ
ในจุดนั้นเองที่ ริชา การ์ พบโอกาสในการทำธุรกิจ ด้วยการเปิดร้านชุดชั้นในสตรีออนไลน์ “ซิวามี ดอทคอม” (Zivame.com) ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการมีสินค้าให้ผู้บริโภคเลือก และการสต๊อกสินค้าในปี 2011
“ซิวาในภาษีฮิบรู มีความหมายว่าเปล่งปลั่ง ซิวามี จึงมีความหมายว่า ‘ทำให้ฉันเปล่งปลั่ง’” การ์ กล่าว
สำนักข่าวไฟแนนเชียลเอ็กซ์เพรส สื่อออนไลน์ของอินเดีย เปิดเผยว่า ร้านค้าชุดชั้นในเป็นภาคส่วนที่เหมาะที่สุดสำหรับทำการค้าออนไลน์ เนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของการเลือกซื้อชุดชั้นใน
ในช่วงแรกที่เริ่มต้นบริษัท ทั้งพนักงานและเจ้าของอย่างการ์เองต้องวุ่นวายกับบริษัท แม้สามีของ การ์จะเข้ามาช่วย แต่ผู้ประกอบการหน้าใหม่เองก็ต้องทำงานถึง 03.00 น.เกือบทุกวัน เพื่อนำชุดชั้นใน
แบรนด์ใหญ่ๆ อย่างชุดชั้นในจ๊อกกี้ (Jockey) และไทร์อัมพ์ (Triumph) เข้ามาวางขายในหน้าร้าน รวมถึงการจัดการระบบโลจิสติกส์ของบริษัทอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ทั้งพนักงานและเจ้าของก็ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่อึดอัดใจ เมื่อต้องตอบคำถามว่า แต่ละคนทำงานอะไร อย่างไรก็ตาม การ์ระบุว่า แทนที่จะสนใจปัญหาส่วนตัว ควรสนใจปัญหาของลูกค้าแต่ละคนมากกว่า
“ฉันจำได้ว่าเคยช่วยลูกค้าคนหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุและทำให้ขาเธอเจ็บ และเธอกำลังจะได้แต่งงานในอีกแค่เดือนเดียว และไม่มีเวลาพอที่จะช็อปปิ้งชุดชั้นในสำหรับวันแต่งงาน พวกเราเลยช่วยเธอซื้อชุดชั้นในสำหรับวันงานแต่งงานและฮันนีมูนผ่านทางออนไลน์ ลูกค้ามีความสุขมาก และได้รับช่วงเวลาที่ดี” การ์ กล่าว
ดังนั้น ธุรกิจของซิวามี จึงเป็นธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นสำคัญ โดยในทุกปีซิวามีสามารถทำรายได้เพิ่มเป็น 3 เท่า/ปี จากการมองเห็นช่องทางการตลาด ประกอบกับการเติบโตในภาคธุรกิจค้าออนไลน์ของอินเดียที่เติบโตจากมูลค่าตลาด 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2009 เป็น 1.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2013
กูเกิล อิงค์ บริษัทเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง สาขาอินเดีย ประเมินว่า ในไตรมาสแรกของปี 2014 ที่ผ่านมา ตลาดค้าออนไลน์ของอินเดียมีผู้ใช้บริการทั้งหมด 35 ล้านคน และภายในปี 2016 ตลาดดังกล่าวจะมีผู้ใช้บริการมากกว่า 100 ล้านคน
ในปี 2015 นี้เอง บริษัทลงทุนถึง 3 บริษัท ได้แก่ ไอดีจี เวนเจอร์ คาลารี แคปิตัล และยูนิลาเซอร์ เวนเจอร์ ได้เข้าลงทุนในซิวามี ทำให้ซิวามีสามารถเพิ่มทุนให้แก่บริษัทได้เกือบ 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบัน ซิวามีกำลังลงทุนเพิ่มเติมในด้านเทคโนโลยี โดยการ์ระบุว่า ภาคส่วนโทรศัพท์มือถือจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจก้าวต่อไปได้ เนื่องจากมือถือเป็นเครื่องมือส่วนตัวส่งให้สตรีสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการสั่งซื้อ โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาความเป็นส่วนตัวเมื่อไปถึงหน้าร้านค้าปลีก
ในขณะเดียวกัน ซิวามีจะเน้นด้านการตลาดให้มากขึ้น โดยนอกจากจะสามารถนำแบรนด์ใหญ่ๆ เข้ามาลงในร้านได้แล้ว ซิวามียังกำลังพัฒนาแบรนด์ชุดชั้นในของตัวเองอีกด้วย
ทั้งนี้ ตลาดค้าชุดชั้นในออนไลน์ของอินเดียมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ 40% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่การรับรู้เกี่ยวกับสินค้าชุดชั้นในของผู้บริโภคกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยแม้การค้าออนไลน์จะเป็นที่ถูกใจลูกค้ามากกว่าหน้าร้าน อย่างไรตาม การ์ระบุว่า หน้าร้านเหล่านั้นเริ่มที่จะปรับตัวและสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ลูกค้าแล้ว
“บางครั้งเมื่อใครสักคนไม่มีความกลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้ เรื่องราวของฉันก็เป็นตัวอย่างของคำกล่าวนั้น” การ์ กล่าว
ข้อดี
1. ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเงินน้อย
2. ได้ความรวดเร็วทั้งผู้ขายและลูกค้า
3. มีความยืดหยุ่น
4. ประหยัดต้นทุนในบางส่วน เช่น ต้นทุนหน้าร้าน
ข้อเสีย
1. ลูกค้าอาจไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย เช่น จะได้สินค้าหรือไม่เมื่อจ่ายเงินไปแล้ว
2. จะต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีมิเช่นนั้นจะถูกลืมไปจากตลาด
3. เสียลูกค้าที่ต้องการเห็น-จับต้องของจริงก่อนซื้อ
4. จัดเก็บข้อมูลลูกค้าได้ยาก







