
ไหมไทยบุกตลาดแฟชั่นโลก
จุลไหมไทยบุกตลาดแฟชั่นโลก ส่งไหมออร์แกนิกเจาะแบรนด์ดังเอชแอนด์เอ็ม
จุลไหมไทยบุกตลาดแฟชั่นโลก ส่งไหมออร์แกนิกเจาะแบรนด์ดังเอชแอนด์เอ็ม
นายจงสฤษดิ์ คุ้นวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่นายจุล คุ้นวงศ์ ผู้ผลิตไหมอินทรีย์ (ออร์แกนิก)ครบวงจรในนามบริษัท จุลไหมไทย เปิดเผยว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย แบรนด์เอชแอนด์เอ็ม (H&M) ประเทศสวีเดน ได้สั่งซื้อวัตถุดิบไหมออร์แกนิกจากบริษัทไปผลิตเสื้อผ้าจำหน่ายไปทั่วโลก โดยปีนี้ได้สั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเป็น10 ตัน จากปี 2557 สั่งซื้อ 5 ตัน
ทั้งนี้ บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากแบรนด์เอชแอนด์เอ็มต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีแรกที่เริ่มทำสัญญาจัดซื้อวัตถุดิบไหมออร์แกนิกจุลไหมไทยล็อตแรกอยู่ที่ 200 กิโลกรัม โดยไหมออร์แกนิกของบริษัทที่
จัดส่งจะเป็นไหมเส้นเดียว มีราคาอยู่ที่ 2,600 บาท/กิโลกรัม สูงกว่าราคาเส้นไหมทั่วไปในตลาดราว500 บาท
ล่าสุด บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทที่ดูแลสินค้าลักซ์ชัวรี่แบรนด์เนมระดับโลกในยุโรป เพื่อนำไหมของจุลไหมไทยเข้าไปใช้ร่วมในงานออกแบบและผลิตสินค้าเพิ่มเติมอีกด้วย
นอกจากนี้ จุลไหมไทยยังได้ใบรับรองมาตรฐานการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ จากยุโรป ภายใต้ตราสัญลักษณ์จีโอทีเอส (GOTS- Global Organic Textile Standard) ตั้งแต่ 3 ปีก่อน ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือด้านมาตรฐานการผลิตสินค้าออร์แกนิกแบบครบวงจรและตรวจสอบได้ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้วัตถุดิบไหมออร์แกนิกของจุลไหมไทย มีความแตกต่างไปจากผู้ผลิตไหมในประเทศจีนและอินเดีย
สำหรับการรับออร์เดอร์ให้เป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบไหมออร์แกนิกให้กับบริษัทแฟชั่นดังกล่าวนั้น มาจากการที่บริษัทนำตัวอย่างวัตถุดิบไหมไทยร่วมจัดแสดงที่ Material ConneXion® Bangkok ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) โดยต่อยอดจากการที่บริษัทเข้าร่วมโครงการพัฒนาเส้นไหมไทย ระหว่างรัฐและเอกชน กรมหม่อนไหม หอการค้าไทย ตัวแทนจากประเทศอิตาลี ที่หาวัตถุดิบเส้นไหมออร์แกนิกเพื่อ
ผลิตสินค้าสู่ตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการผลิตเส้นใยไหมของจุลไหมไทยตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ
ปัจจุบัน โครงสร้างธุรกิจบริษัท ไร่นายจุลฯ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.กลุ่มธุรกิจผู้ผลิตไหมออร์แกนิกแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ สร้างสัดส่วนรายได้ 60% และ 2.ธุรกิจเสริมในกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปต่างๆ ที่มีสินค้ากว่า 200 รายการ และร้านค้าปลีกไร่กำนันจุล ที่มี 20 สาขาทั่วประเทศ และจะขยายให้ครบ 100 สาขาในอีก 10 ปีข้างหน้า







