
สูตรลับหมูย่างร้อยล้าน ของเก่าแก่มูลค่าไม่มีตก
ลองคิดดูว่าสูตรการทำหมูย่างและเป็ดย่างราคาจานละ 30-50 บาท นั้นจะมีมูลค่าสูงขนาดไหน?
โดย...อภิวัฒน์ เตชะวัฒนกิจกุล
ลองคิดดูว่าสูตรการทำหมูย่างและเป็ดย่างราคาจานละ 30-50 บาท นั้นจะมีมูลค่าสูงขนาดไหน? เพราะสำหรับสูตรลับการทำหมูย่างและเป็ดย่างชั้นเลิศของร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ ในสิงคโปร์นั้นมีราคาสูงถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 101 ล้านบาท) เลยทีเดียว
แอสเทค บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และหลอดไฟแอลอีดี ซึ่งผันตัวเองมาเอาดีกับธุรกิจร้านอาหารในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อธุรกิจรวมกับสูตรลับหมู่ย่าง-เป็ดย่างจาก เดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ เป็นมูลค่าถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว หลังจากที่ไมเคิล มัน ผู้ก่อตั้งแอสเทค ติดใจกับรสชาติของหมูย่างร้านนี้เป็นอย่างยิ่งเมื่อลิ้มรสด้วยตัวเเอง
ทั้งนี้ “เดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์” เป็นธุรกิจครอบครัวของ ฮาไว เคย์ และ เบ็ตตี คง สองสามีภรรยา ที่เปิดกิจการนี้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 70 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเปิดร้านแผงลอยขนาดเล็กขายหมูย่างและเป็ดย่างย่านไชน่าทาวน์ในสิงคโปร์ ก่อนที่จะเริ่มขยับขยายกิจการออกมาเป็นหน้าร้าน โดยสูตรหมูย่างและเป็ดย่างของทางร้านนั้นได้รับการสืบทอดมาจากพ่อของเคย์อีกที
ทว่าสูตรลับดังกล่าวของร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้สองสามีภรรยาก้าวมาถึงจุดได้นี้ แต่เป็นการทำงานอย่างหนักหน่วงมาตลอดเกือบ 40 ปี ที่ทำให้ทั้งคู่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน
“ก่อนรุ่งสางจะเป็นเวลาที่ทั้งคู่ตื่นและเดินทางไปที่ร้านเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับลูกค้าที่จะทยอยเข้าร้านตั้งแต่ราว 11 โมง โดยเคย์จะทำหน้าที่รับผิดชอบการย่างหมูและเป็ดในครัว ขณะที่ภรรยาจะดูแลในส่วนของหน้าร้านและจะทำงานไปจนกว่าพระอาทิตย์ตกดิน” ชาร์ลอต เกล็นนี ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งติดตามชีวิตของทั้งคู่ ระบุ
เรื่องราวของทั้งคู่ชวนให้นึกถึง จิโร โอโนะ คุณปู่เจ้าของร้านซูชิระดับมิชลิน 3 ดาวในญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยกย่องถึงความสุดยอดในฝีมือการทำซูชิและทำซูชิด้วยตัวเองทุกวันไม่มีวันหยุด โดยในภาพยนตร์สารคดี จิโร ดรีม ออฟ ซูชิ เปิดเผยแง่มุมให้เห็นว่า เคล็ดลับความสำเร็จเกิดจากการทำอะไรที่ซ้ำซากจำเจและการทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงใจให้กับงานโดยปราศจากการปริปากบ่นออกมา
นอกจากนั้น แอสเทคได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อที่ดินและตัวร้านอีกด้วยราคาสูงถึง 3.7 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 12.5 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าราคาที่สองสามีภรรยาตั้งไว้เสียอีกเนื่องจากทางบริษัทเห็นว่ามูลค่าที่ดินของร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
ปัจจุบันร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ มีหน้าร้านอยู่ 2 แห่ง โดยอาหารของทางร้านจะได้รับการเตรียมและปรุงเสร็จหมดแล้วจากครัวกลางแห่งใหม่ที่แอสเทคได้ควักกระเป๋าลงทุนสร้างเอาไว้
แม้ว่าทั้งสองสามีภรรยาในวัย 70 ปี จะเคยตัดสินใจว่าจะยุติกิจการลงในปี 2012 อย่างไรก็ตามทั้งคู่ยังต้องทำงานให้กับแอสเทคต่อไปชั่วคราว โดยรับหน้าที่ฝึกให้พนักงานใหม่ของทางบริษัททำหมูและเป็ดย่างให้มีรสชาติทัดเทียมกับของสูตรลับ อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการขายกิจการ
ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าซื้อกิจการและสูตรอาหารของร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ ของแอสเทคนั้นยังจุดชนวนความหวังให้กับเจ้าของกิจการอาหารรายอื่นๆ ที่อยากวางมือด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น นิเวน เหลียง เจ้าของร้านข้าวมันไก่คุณลุงในตลาดเบด็อค ได้ตีราคาสูตรข้าวมันไก่ในราคา 3.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.08 ล้านบาท) โดยราคานี้รวมค่าฝึกสอนการทำข้าวมันไก่ไปในตัว
“ผมไม่มีลูกที่จะมารับช่วงต่อธุรกิจนี้ ดังนั้นหากสูตรข้าวมันไก่ของทางร้านหายไปจะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก” เหลียง กล่าว
อย่างไรก็ตาม การทำให้มรดกนี้ของครอบครัวคงอยู่ต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากคนสิงคโปร์รุ่นใหม่ไม่ได้อยากยืนทำอาหารอยู่หน้าเตาร้อนๆ เป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อแลกกับเงินจำนวนน้อยนิดอีกต่อไปแล้ว
เหลียงมั่นใจว่าสูตรข้าวมันไก่ของทางร้านซึ่งสืบทอดมาจากพ่อเป็นหนึ่งในสูตรข้าวมันไก่ที่อร่อยที่สุดในสิงคโปร์ และยังมองโลกในแง่ดีว่าสักวันจะมีใครบางคนที่มีความหลงใหลในข้าวมันไก่เช่นเดียวกับตัวเอง จนกว่าวันนั้นจะมาถึงเหลียงตัดสินใจว่าจะขายข้าวมันไก่ตลอดทุกวันเหมือนอย่างที่พ่อเคยทำ
เช่นเดียวกับ เบ็ตตี้ คง และฮา ไว เคย์ ที่ตั้งใจจะวางมือจากธุรกิจทันทีที่ความลับทางการค้าทั้งหมดถูกส่งต่อไปให้กับเจ้าของร้านเดอะ เคลี โรสต์ มีตจอยท์ คนใหม่







