
เครื่องหนัง5หมื่นล้านวูบ20%
ปัจจัยรุมเร้าเครื่องหนังไทย ผู้ประกอบการปรับตัวรับตลาด 5 หมื่นล้าน หดตัว 20%
ปัจจัยรุมเร้าเครื่องหนังไทย ผู้ประกอบการปรับตัวรับตลาด 5 หมื่นล้าน หดตัว 20%
นายสมเกียรติ บงกชพรรณราย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องหนังไทย เปิดเผยว่า การทำตลาดสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พบว่ามีหลายปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ
ต่อภาพรวมอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องหนังไทยที่ทำตลาดทั้งในและต่างประเทศในขณะนี้ ต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการทำธุรกิจ
สำหรับปัจจัยหลักที่น่าเป็นห่วง ประกอบด้วย สถานการณ์เศรษฐกิจการเงินในจีนที่มีความผันผวนอย่างรวดเร็วในขณะนี้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อชาวจีนที่ปัจจุบันเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามาในไทย ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าต่างๆ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องหนังผลิตสินค้าออกมารองรับลูกค้าชาติดังกล่าวจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการปรับแผนการทำธุรกิจ
“แม้ว่าค่าเงินหยวนจะยังแข็งค่าในขณะนี้ และเป็นผลดีกับผู้ส่งออกไทยในตลาดจีนช่วงที่ผ่านมา แต่หากกำลังซื้อในจีนมีแนวโน้มปรับลดลงมาก็อาจส่งผลกระทบกับออร์เดอร์สินค้าจากไทยนับจากนี้ไปเช่นกัน รวมถึงในกลุ่มสินค้าเครื่องหนังประเภทหนังหายาก เช่น หนังปลากระเบน หนังจระเข้ ที่มีชาวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักก็อาจจะมีออร์เดอร์ลดลง” นายสมเกียรติ กล่าว
ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบตรงยังภาคอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยในกลุ่มเกษตรกรต่างๆที่จะมีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง และมีผลต่อการชำระหนี้ครัวเรือนด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นฐานใหญ่ของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม จากการที่ผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าต่างๆไม่สามารถเร่งรัดยอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาถึงขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องหนังไทยได้เริ่มปรับตัว พร้อมหยุดการผลิตหรือชะลอการสั่งซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้ (สต๊อก) ล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว โดยจะมีการสั่งซื้อสินค้าวัตถุดิบก็ต่อเมื่อมีออร์เดอร์ใหม่เข้ามาจากตลาดทั้งในและต่างประเทศเท่านั้น พร้อมมีแผนออกงานแสดงสินค้าร่วมกับหน่วยงานรัฐในตลาดต่างประเทศ อาทิ เมียนมา กัมพูชา เมืองดูไบ และจีน
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้อุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยมูลค่า 4-5 หมื่นล้านบาท ในปีนี้มีอัตราเติบโตลดลง 20% จากเดิมคาดว่าในปี 2558 ตลาดจะเติบโตคงที่







