posttoday
ตุนแลนด์แบงก์ 3 หมื่นไร่ กนอ.รับลงทุน 10 ปี

ตุนแลนด์แบงก์ 3 หมื่นไร่ กนอ.รับลงทุน 10 ปี

15 กรกฎาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัว และการใช้จ่ายที่ซบเซาจากปัจจัยลบต่างๆ แต่ภาคการลงทุนที่แท้จริงในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัว

เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมากรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ให้กับ 4,000 โรงงาน มูลค่า 4.6 แสนล้านบาท และลงทุนจริงแล้ว 60% หรือ 2.5 แสนล้านบาท ประกอบกับเมื่อปีที่แล้วคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมฯ มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท

“อุตสาหกรรมเป็นภาคที่มีโมเมนตัมสูง ไม่เหมือนภาคการเงิน ไม่หวือหวา เพราะกว่าเขาจะตัดสินใจลงทุนจะต้องวางแผน ไม่ใช่ปุ๊บปั๊บ ฉะนั้นการใช้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็นดัชนีที่ชี้ให้เห็นทิศทางการลงทุนได้” วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าว

เพื่อเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการลงทุนเอกชนที่ได้รับอนุมัติกว่า 2 ล้านล้านบาท วีรพงศ์ กล่าวว่า กนอ.และพันธมิตรร่วมบริหา รจัดการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมร่วมกัน 1.5 แสนไร่ ในจำนวนนี้เหลือพื้นที่ว่าง 10% หรือ 1.5 หมื่นไร่ แต่การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ กนอ.เตรียมพื้นที่สำหรับสร้างนิคมฯ (แลนด์แบงก์) ไว้แล้วกว่า 3 หมื่นไร่

“ลูกค้าที่มาขอบีโอไอเกินครึ่งจะมาตั้งอยู่ในนิคมฯ ใช้พื้นที่ปีละ 3,000-4,000 ไร่ ตรงนี้ก็ใช้ได้ 10 ปี แต่เราก็ต้องหาเพิ่มเพื่อรองรับอนาคต” วีรพงศ์ อธิบาย

วีรพงศ์ มองว่า นักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะนักลงทุนจากเอเชียสนใจที่จะลงทุนตั้งโรงงานในไทย ทั้งในแง่การใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆ รวมถึงตลาดประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และจีนตอนใต้ ซึ่งแม้ว่าขณะนี้กำลังซื้อจะยังไม่มาก แต่ในอีก 5 ปีจากนี้กำลังซื้อจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปัจจุบัน 5 หมื่นล้านบาทเพิ่มเป็น 1.5 แสนล้านบาท

สำหรับการขายที่ดินของ กนอ.ปีนี้ วีรพงศ์ มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กนอ.แบ่งขายที่ดินในนิคมฯ ต่างๆ ได้แล้ว 1,490 ไร่ หรือคิดเป็น 50% ของเป้าหมาย 3,000 ไร่ ซึ่งการขายที่ดินดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ก็ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

ด้าน วิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนจะเกิดก็ต่อเมื่อสถานการณ์การเมืองในประเทศสงบ โดยต้องยอมรับว่าแม้ขณะนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ แต่การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติลดลงเล็กน้อย และนักลงทุนสนใจติดต่อสอบถามขอเช่าและซื้อที่ดินมาอย่างต่อเนื่อง

“ผมมองว่าการเมืองเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ถ้าเมื่อใดที่ไม่มีใครออกมาชุมนุม มากินข้าวกลางถนน มาร้องรำทำเพลงกันกลางถนน ก็ไม่มีเหตุให้กระทบการลงทุน อย่างปีนี้ กลุ่มอมตะฯ ตั้งเป้าขายที่ดินในนิคมฯ 1,000 ไร่ ขณะนี้ทำยอดได้กว่า 40% แล้ว” วิบูลย์ กล่าว

สอดรับกับ ธีรนาฏ โชควัฒนา ผู้อำนวยการบริษัท สหรัตนนคร ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวว่า ไทยยังมีศักยภาพและเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีความพร้อมในด้านระบบสาธารณูปโภค ประกอบกับในแง่การเชื่อมโยงกับคู่ค้าอื่นๆ ซึ่งไทยได้เปรียบด้านโลจิสติกส์มากที่สุด

“แม้ปีนี้การลงทุนจะไม่หวือหวานัก แต่ในแง่ความดึงดูดในภาพรวม เมืองไทยน่าลงทุนที่สุด ถือว่ายังสวยหล่อที่สุดในสายตานักลงทุน” ธีรนาฏ กล่าว

ธีรนาฏ ย้ำว่า ปัจจุบันนิคมฯ มีที่ดินเหลือ 300 ไร่ คาดว่าจะขายหมดภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และปีนี้มีนักลงทุนติดต่อเพื่อขอซื้อที่ดินมากกว่าปีก่อน 10-20% มีทั้งกลุ่มนักลงทุนเดิมขอใช้ที่ดินเพิ่มเพื่อขยายกิจการ เพิ่มกำลังผลิต ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในไทยตราบใดที่รัฐบาลยังให้ความชัดเจนเรื่องการส่งเสริมการลงทุน และมีความมั่นคงด้านการเมือง

ขณะที่ เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นว่า นโยบายส่งเสริมการเป็นฮับการลงทุนด้านต่างๆ โดยเฉพาะการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ เช่น นวัตกรรม อินโนเวชั่น และเทคโนโลยีที่เป็นสากลของรัฐบาลจะช่วยดึงดูดการลงทุนได้ในระยะยาว แต่การลงทุนในปีนี้จะไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะที่ศึกษาการส่งเสริมการลงทุนใหม่

ตราบเท่าที่รัฐบาลยังดูแลสถานการณ์การเมืองให้อยู่ในภาวะสงบเช่นวันนี้ ก็น่าเป็นปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนไว้ในไทยได้อย่างเหนียวแน่น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ