posttoday
ศก.โต-ชีวิตแรงงานดี 2มิติที่ยังไม่สมดุล

ศก.โต-ชีวิตแรงงานดี 2มิติที่ยังไม่สมดุล

14 กรกฎาคม 2558

“ความ ท้าทายอย่างหนึ่งของภาครัฐ คือ การหาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“ความ ท้าทายอย่างหนึ่งของภาครัฐ คือ การหาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ”

นี่คือคำกล่าวของ บุญวรา สุมะโน นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และหัวหน้าโครงการวิจัย “โครงการพัฒนาระบบการคุ้มครองแรงงานเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียน” จากการวิจัยของเธอ พบว่า ยังมีปัญหาด้านแรงงานอีกหลายเรื่องในยุคตลาดเสรี

เริ่มต้นจากความไม่ครอบคลุมของการคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากแนวคิดการคุ้มครองแรงงานเริ่มต้นจากภาคอุตสาหกรรม แต่แรงงานจำนวนมากในอาเซียนยังคงทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ ซึ่งกฎหมายแรงงานของหลายประเทศในภูมิภาคไม่ได้คุ้มครอง

ขณะเดียวกัน ภาครัฐมักให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานน้อยกว่าการพัฒนาผลิตภาพแรงงาน เพราะแต่ละประเทศต่างมองว่า การพัฒนาผลิตภาพแรงงานเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า

เมื่อเปรียบเทียบสิทธิและสวัสดิการของแรงงานของทั้ง 10 ชาติ พบว่า แม้ทุกประเทศจะยึดแนวทางมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) แต่ท้ายที่สุดแล้ว แต่ละประเทศก็ยังคงเงื่อนไขหลายๆ แบบเอาไว้ ทำให้การคุ้มครองออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ละประเทศเองก็ให้สัตยาบันกับอนุสัญญาของไอแอลโอจำนวนต่างกันมาก โดยฟิลิปปินส์ให้สัตยาบันไปแล้วถึง 37 ฉบับ ขณะที่ไทยให้สัตยาบัน 15 ฉบับ และบรูไนเพียง 2 ฉบับเท่านั้น

ที่สำคัญ อาเซียนยังมีข้อจำกัดด้านการคุ้มครองแรงงานที่คล้ายกัน เช่น มีจำนวนพนักงานตรวจแรงงานน้อย โดยไทยมีจำนวนพนักงานตรวจแรงงานเพียง 71 คน จากจำนวนประชากรวัยแรงงาน 39.5 ล้านคน อินโดนีเซียมี 2,165 คน จากประชากรวัยแรงงาน 124.3 ล้านคน หลายประเทศยังจำกัดบทบาทของสหภาพแรงงานด้วย

ด้าน สุนี ไชยรส รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย บอกว่า หากเทียบกันในอาเซียนแล้ว ไทยอาจมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมสวัสดิการของแรงงานหลายฉบับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ กฎหมายหลายฉบับให้นิยามไม่ตรงกัน ทำให้เกิดปัญหาตามมาเมื่อจะบังคับใช้กฎหมาย จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์สังเคราะห์กฎหมายให้เป็นเอกภาพมากขึ้น

เธอมองว่า การจะแก้ไขข้อจำกัดเรื่องพนักงานตรวจแรงงาน ไม่ควรแก้ด้วยการเพิ่มพนักงานตรวจแรงงาน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานมีหลากหลาย เพิ่มเท่าไรก็ไม่พอ ทางแก้คือต้องพัฒนากฎหมายการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม ให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี และมีประสิทธิภาพ

“ถ้าเรามีมาตรฐานการคุ้มครองที่ดี เราก็จะดูแลคน 60-70% ของแต่ละประเทศ ต้องทำให้อาเซียนเห็นประโยชน์ร่วมกันของการคุ้มครองแรงงาน ต้องสร้างมาตรฐานการคุ้มครองเดียวกัน เพื่อประโยชน์ต่อทุกประเทศในอาเซียน”

ขณะที่ ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ มองว่า จากมุมมองของไทย แบ่งความท้าทายของปัญหาแรงงานได้เป็น 3 มิติ ได้แก่ 1.ไทยดูแลไทย 2.ไทยดูแลต่างด้าว และ 3.ต่างด้าวดูแลไทย

ประเด็นไทยดูแลไทยนั้น แม้กฎหมายไทยจะเหมือนคุ้มครองทั่วถึงทั้ง 39.5 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงมักจะมี “วงเล็บ” ในกฎหมายที่ทำให้ยกเว้นคนบางกลุ่มออกไป ปัจจุบันกลุ่มที่กฎหมายไทยคุ้มครองดูแลได้ดีจริงๆ คือ 14 ล้านคนที่อยู่ในระบบ ขณะที่อีก 24-25 ล้านคนนอกระบบนั้นยังมีคนที่เข้าไม่ถึง

ขณะที่ไทยดูแลต่างด้าว โดยเฉพาะมุมการดูแลอาเซียน ยังมีเรื่องที่ไม่ชัดเจนอยู่ เช่น นิยามและการดูแลผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว การให้ความชัดเจนกรณีแรงงานต่างด้าวจะมีบุตรในไทย

ด้านต่างด้าวดูแลไทย คืออาเซียนดูแลไทยนั้น ตอนนี้ยังน่าเป็นห่วงกรณีคนไทยไปทำงานในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เนื่องจากคนไทยอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการซ้ำซ้อน จึงกลายเป็นคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยไปทำงานในต่างประเทศได้อย่างสะดวกสบายในยุคที่เปิดเสรี

เมื่ออาเซียนมุ่งหวังจะเป็นตลาดเดียว มีการเคลื่อนย้ายเสรี จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องหันกลับมามอง เพื่อให้เศรษฐกิจที่เติบโตไม่ทอดทิ้งคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ