
เอกชนเสนอ 5 ข้อ ปฏิรูปผังเมืองทั้งประเทศ
สถานการณ์การแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบัน ปัจจัยสนับสนุนการพัฒนามีข้อจำกัดมากขึ้น
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
สถานการณ์การแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบัน ปัจจัยสนับสนุนการพัฒนามีข้อจำกัดมากขึ้น เนื่องจากความไม่สมดุลในการพัฒนาพื้นที่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างไร้ทิศทาง ส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาสูงขึ้น ทำให้กระทบกับภาคการผลิต การค้า การลงทุน รวมไปถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
อธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสมาคมบ้านธุรกิจจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย จัดสัมมนา เรื่อง “ปฏิรูปผังเมือง 5 ภูมิภาค” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการขยายเมือง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาและใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สามารถอยู่อาศัยและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับการพัฒนาผังเมืองให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยต้องรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรเพื่อให้การพัฒนามีประสิทธิภาพ” อธิป กล่าว
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาระบบผังเมืองและการใช้พื้นที่หลายประการ เริ่มจากไม่มีหน่วยงานนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติว่าด้วยการผังเมือง ขาดการบูรณาการในการนำผังเมืองไปปฏิบัติ นโยบายการพัฒนาผังเมืองขาดบูรณาการจากหลายภาคส่วน นอกจากนี้การบริหารจัดการงบประมาณไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนทั้งส่วนกลางและภูมิภาคได้มีการจัดเสวนาในระดับภูมิภาค ก่อนจะนำมาประมวลและรวบรวมข้อเสนอแนะ 5 ประเด็นหลัก เสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และผลักดันไปยังภาครัฐ เริ่มจาก 1.ต้องจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ 2.ผลักดันจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำผังเมืองระดับชุมชนเพื่อเป็นเวทีให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมให้ความคิดเห็น และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
3.ปรับปรุงข้อบังคับและกฎหมายผังเมืองให้ทันสมัย ไม่มีกำหนดหมดอายุ และใช้บังคับอย่างเท่าเทียม 4.วางผังเมืองให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ในแต่ละกลุ่มจังหวัดและพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมขนส่ง และระบบสาธารณูปโภค 5.ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งองค์กรกลาง ด้านผังเมืองเพื่อกำหนดนโยบาย และจัดทำแผนพัฒนาให้สอดคล้องในแต่ละพื้นที่ แก้ปัญหาทุกระดับอย่างถูกต้องและชัดเจน
ขณะที่ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ปัญหาของการพัฒนาเมืองเกิดจากการวางกรอบโครงสร้างไม่สอดคล้องกับประโยชน์การใช้งานจริงและสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จนกระทั่งปัจจุบันเกิดความลักลั่นของการใช้ผังเมือง ปัจจุบันผังเมืองมีการประกาศใช้จริงเพียง 22 จังหวัด หรือ 30% และอีกไม่ต่ำกว่า 51% ผังเมืองหมดอายุ
ขณะที่ระบบการวางผังเมืองในปัจจุบันผลักดันให้คนเมืองผู้มีรายได้ปานกลางและล่างไปอยู่อาศัยในพื้นที่เขตปริมณฑลมากขึ้น เพราะราคาบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมมีราคาสูงมาก จนกระทั่งผู้บริโภคไม่สามารถซื้อที่พักอาศัยรอบเขตพื้นที่รถไฟฟ้าได้ จะเห็นได้ว่าบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท จะอยู่ไกลระบบรางมาก ส่วนราคา 5-7 ล้านบาท ถึงแม้จะเริ่มใกล้ระบบรางแต่ก็ยังถือว่าไกล ขณะที่บ้านราคา 7-10 ล้านบาท ถึงจะอยู่ใกล้ระบบรางแต่ก็เป็นคนกลุ่มน้อย ส่วนคอนโดราคา 2 ล้านบาท ตอนนี้พัฒนาสุดสายรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้ว
“รถไฟฟ้าไม่รองรับผู้ใช้ ทำให้ทาวน์เฮาส์ ซึ่งเป็นที่อยู่สำหรับชนชั้นกลางไม่มีทางซื้อได้ ส่งผลให้การลงทุนรถไฟฟ้าไม่คุ้มค่า ในที่สุดก็ขาดทุนแม้ว่ารัฐบาลมีแนวคิดว่าจะกำหนดค่าบริการราคา 25 บาทตลอดสายก็อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้” ประเสริฐ กล่าว
จากปัญหาทั้งหมดภาคเอกชนจึงมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปผังเมืองไทยเพื่อพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ







