posttoday
แบงก์-พลังงานฉุดกำไรบจ.

แบงก์-พลังงานฉุดกำไรบจ.

13 กรกฎาคม 2558

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่าจะปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2558 ลง 3-4% ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นขึ้นได้ไม่มาก นักลงทุนต้องพิถีพิถันในการเลือกหุ้นมาก โดยสัปดาห์นี้ยังเน้นหุ้นในกลุ่มก่อสร้างอย่างบริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO)

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่าจะปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2558 ลง 3-4% ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นขึ้นได้ไม่มาก นักลงทุนต้องพิถีพิถันในการเลือกหุ้นมาก โดยสัปดาห์นี้ยังเน้นหุ้นในกลุ่มก่อสร้างอย่างบริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO)

บริษัทได้ทำตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2558 ของกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่าง ธนาคารพาณิชย์และพลังงาน พบว่าทั้งสองกลุ่มอุตสาหกรรมน่าจะมีฐานกำไรที่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรกปี 2558 อีกทั้งยังส่งสัญญาณลบหลายประการออกมา ทำให้ต้องทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง

สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับลดประมาณการกำไรลง 9% หรือประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่กลุ่มพลังงานได้ปรับลดประมาณการกำไรของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ลง 32% และบริษัท ปตท. (PTT) ลดประมาณการกำไรลง 7.2% ทำให้ประมาณการกำไรโดยรวมของกลุ่มพลังงานลดลงราว 13.2%

ทั้งนี้ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหลือน่าจะเห็นการปรับประมาณการหลังการประกาศงบการเงิน ไตรมาส 2 ปี 2558 (กลางเดือน ส.ค.) จากการประเมินในเบื้องต้น คาดว่ากำไรสุทธิ บจ.น่าจะถูกปรับลดลงราว 3-4% จากประมาณการเดิม ซึ่งอาจทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2558 ลงมาอยู่ในช่วง 91.5-92.5 บาท/หุ้น และหากกำหนดระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (PER) เป้าหมายของดัชนี ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,460-1,480 จุด

ท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการใช้เม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยดำเนินการ 2 ส่วนสำคัญ คือ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของปีงบประมาณปัจจุบัน และการเพิ่มงบประมาณในปีถัดๆ ไป โดยปี 2558/2559 งบจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น 20% เป็น 5.4 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ แนวทางในการจัดทำงบประมาณปี 2559/2560 กระทรวงการคลังมีแนวทางที่จะจัดทำงบแบบขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 4% ของอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เทียบกับปี 2558/2559 ที่ขาดดุล 2.9% ของจีดีพี ซึ่งก็น่าจะทำให้งบจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์แวดล้อมดังกล่าวถือเป็นบรรยากาศเชิงบวกต่อภาคการก่อสร้าง โดยจะทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะเห็นการขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ออกมาสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีโครงการผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และพรัอมประมูลคิดเป็นมูลค่า 3.78 แสนล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เลือก TASCO มูลค่าที่เหมาะสม 27.50 บาท และ CK มูลค่าที่เหมาะสม 31.25 บาท เป็นหุ้นเด่น

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย