
กระติกน้ำร้อยล้าน ผุดจากไอเดียรักษ์โลก
เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทางการบริโภคพลาสติกจำนวนมหาศาลต่อมนุษย์
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทางการบริโภคพลาสติกจำนวนมหาศาลต่อมนุษย์ แต่ก็มีคนไม่กี่คน หรือคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่เอาใจใส่กับปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม สำหรับ “ซาราห์ เคาซ์” แล้ว ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นต่อโลกกลับกลายเป็นว่า ทำให้หญิงสาวชาวอเมริกันคนนี้ได้ไอเดียในการช่วยโลกลดการใช้ขวดพลาสติกได้ โดยการทำธุรกิจผลิต “กระติกน้ำ
สเตนเลส สตีล” เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำขวดมาใช้ซ้ำได้ และยังมีคุณสมบัติเก็บความเย็นได้ 24 ชั่วโมง และความร้อนได้ 12 ชั่วโมงด้วย
เคาซ์ เปิดเผยต่อซีเอ็นเอ็น มันนี่ ว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเรื่องการทำธุรกิจเลย โดยก่อนหน้านั้นได้ทำงานเป็นผู้สอบบัญชีรับใบอนุญาต (ซีพีเอ) ให้เอินส์ท แอนด์ ยัง หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชี 4 แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และให้กับโครงการระหว่างประเทศด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไอเดียการทำธุรกิจนี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของอาจารย์ และเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนบิซิเนส สคูลด้วยกัน ในช่วงปี 2009
“มีอาจารย์ท่านหนึ่งได้นำเสนอเกี่ยวกับวิกฤตน้ำของโลก และผลกระทบต่อโลกที่เกิดจากขยะพลาสติก หลังจากนั้นฉันก็รู้เลยว่าไอเดียของขวดน้ำของฉันได้เกิดขึ้นแล้ว” เคาซ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง “เอสเวลล์” ในปี 2010 ระบุ
หญิงสาวชาวอเมริกันรายนี้เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า กระติกน้ำสเตนเลส สตีล ในปัจจุบันนั้นมีรูปร่างหน้าตาไม่สวยพอ จึงได้สร้างรูปลักษณ์กระติกน้ำของเอสเวลล์ให้สวยงามมากขึ้น
“กระติกน้ำสเตนเลส สตีล นั้นสมบูรณ์แบบสำหรับยิม หรือเอาออกมาดื่มตอนไปแคมป์ ทว่าไม่เหมาะกับผู้บริหารที่จะถือเดินไปเดินมา” เคาซ์ กล่าว
หลังจากนั้น เจ้าตัวจึงได้ลงทุนด้วยเงินเก็บส่วนตัวไป 3 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 9.9 แสนบาท) ในการร่างและวางแผนธุรกิจ ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอผู้ผลิต หรือรูปแบบกระติกน้ำที่เจ้าตัวพอใจ จึงทำให้การเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจังต้องลากยาวไปถึงปลายปี 2010
อย่างไรก็ตาม แม้กำหนดเวลาการเริ่มธุรกิจจะช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะสินค้าของเอสเวลล์ได้รับความนิยมอย่างมาก มากจนกระทั่งทางนิตยสารโอปราห์ ซึ่งเป็นของ โอปราห์
วินฟรีย์ พิธีกรสาวชื่อดังของสหรัฐ จัดว่ากระติกน้ำเอสเวลล์เป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมช่วงฤดูร้อนในปี 2011 เลยทีเดียว
“นั่นเป็นเหมือนกับแสตมป์ใบรับรองที่เราต้องการ” เคาซ์ ระบุ
ไม่เพียงแต่กระติกน้ำของเอสเวลล์จะช่วยลดปริมาณการบริโภคขวดน้ำแล้ว เจ้าของธุรกิจรายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า สินค้าของธุรกิจไม่มีสารบีพีเอ ซึ่งเป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก และมีผลต่อการก่อมะเร็งในร่างกายด้วย
จวบจนปัจจุบัน ทางเอสเวลล์มีกระติกน้ำวางขายทั้งหมด 90 สี และมี 3 ขนาด ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 25-45 เหรียญสหรัฐ (ราว 825-1,485 บาท) โดยสินค้าก็ขายไปยังร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึง นอร์ด สตรอม ห้างสรรพสินค้าขายปลีกชื่อดังของสหรัฐ ร้านสตาร์บัคส์ และเจ.คริว ด้วย
การได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและบริษัทขนาดใหญ่ก็ยังมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อทางบริษัท กูเกิล ได้แจกกระติกน้ำเอสเวลล์ให้กับเด็กฝึกงานในช่วงฤดูร้อนนี้
นับตั้งแต่วันที่เริ่มวางขายกระติกน้ำชิ้นแรก จนถึงขณะนี้เอสเวลล์สามารถจำหน่ายกระติกน้ำไปได้แล้วราว 4 ล้านชิ้น โดยรายได้ของธุรกิจก็พุ่งขึ้นถึง 400% ในระหว่างปี 2013 และ 2014 โดยไปอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 330 ล้านบาท) ในปีนี้แล้ว พร้อมคาดว่า
รายได้ในปีนี้ก็จะทะยานขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าเส้นทางของธุรกิจจะผงาดขึ้นมาอย่างสวยงาม แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยมองข้ามเรื่องการทำกิจกรรมตอบแทนแก่สังคมแม้แต่น้อย เพราะหัวใจหลักของการทำธุรกิจนี้ก็คือการรักษาสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
ล่าสุด ทางเอสเวลล์ได้ขายกระติกน้ำที่เป็นลายไม้ โดยเมื่อขายกระติกน้ำลายดังกล่าวได้หนึ่งชิ้น ธุรกิจก็จะปลูกต้นไม้ 1 ต้น ในป่าของสหรัฐ โดยอย่างปีที่แล้วก็สามารถปลูกต้นไม้ได้มากถึง 2 หมื่นต้น ในป่าแห่งหนึ่งในฟลอริดา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเคาซ์ด้วย







