
‘อารยา คงสุนทร’ เวลาน้อยควรมีมืออาชีพดูแลพอร์ต
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“อารยา คงสุนทร” วัย 48 ปี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจร ที่อยู่ระหว่างนำเสนอข้อมูลให้นักลงทุนทั่วประเทศ และคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไตรมาส 3 ปีนี้
เธอบอกว่า โชคดีที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อที่มีเชื้อสายจีนมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทำให้รู้จักค่าของเงิน ทุกปิดเทอมถ้าเก็บเงินได้คุณพ่อก็จะสมทบให้อีกครึ่งหนึ่งแล้วฝากธนาคารให้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้เธอรู้จักออมเงิน และรู้จักใช้เงินมาตั้งแต่เด็ก จนเริ่มทำงานเป็นพนักงานขายติดต่อลูกค้าขนส่งทางเรือก็อยากได้รถ พ่อก็ซื้อรถให้ แต่ต้องมาผ่อนกับพ่อ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเริ่มมีบัตรเครดิตก็นำ
รายได้ที่มีไปฝากธนาคารและแบ่งผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตแทน
เมื่อเริ่มทำธุรกิจเอง เริ่มลงทุนซื้อตั๋วเงินระยะสั้น (พีเอ็น) เพราะได้ผลตอบแทนดีมากในสมัยแรกมากกว่า 10% ปี 2545 เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นเพราะคิดว่าอย่างน้อยคงได้ผลตอบแทนที่ดีและเห็นใครๆ ก็เข้าไปลงทุน จึงตัดสินใจเปิดพอร์ต โดยหุ้นที่เข้าไปซื้อ บริษัท ปตท. (PTT) ที่ราคา 35 บาท รวมถึงหุ้นของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ก็มีทั้งกำไรและขาดทุนสลับไปมา ตอนนั้นเลือกหุ้นที่คิดว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่ต้องมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตและรู้สึกสนุกดี จากนั้นก็เริ่มลงทุนเองไปเรื่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย รวมถึงซื้อหุ้นกู้ของบริษัทต่างๆ ที่ให้อัตราดอกเบี้ยดีบ้าง เพราะมองว่าต้องมีการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ บ้าง
จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ พอร์ตการลงทุนเมื่อปี 2551 ที่เกิดวิกฤตการเงินแฮมเบอร์เกอร์ดัชนีหุ้นไทยดำดิ่งตามตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้พอร์ตการลงทุนที่ลงทุนมากว่า 6 ปี มีการเติบโตโดยรวมมากว่า 18% หายวับไปกับตา จึงตัดสินใจขายพอร์ตหุ้นทิ้งไปเพื่อลดการขาดทุนไปมากกว่านี้ เท่ากับผลลัพธ์ที่ทำมาตลอดไม่ได้อะไรมาเลย จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิธีการลงทุนมากขึ้น
เธอได้เลือกมืออาชีพมาช่วยบริหารพอร์ตการลงทุน โดยให้นโยบายว่า ถ้าพอร์ตผลตอบแทนขึ้นไปมากระหว่างพอร์ตหุ้นที่เน้นการเติบโตสูงหรือปันผลสูง ก็ต้องพยายามให้ทั้งสองส่วนสมดุลไปด้วย อย่าให้ด้านใดมากกว่าอีกด้านหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป็นการลดพอร์ตลงทุน เพียงแต่เป็นการเพิ่มให้ทั้งสองส่วนอยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด อีกทั้ง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มลงทุนอสังหาริมทรัพย์ด้วยการซื้อคอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่เลือกทำเลของโครงการ โดยเน้นที่ติดกับรถไฟฟ้าก่อนเป็นลำดับแรก ก็มีบ้างที่ปล่อยให้ต่างชาติเป็นผู้เช่า
“ประสบการณ์ตอนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ทำให้รู้ว่าเมื่อไม่มีเวลาดุูเรื่องลงทุนเพราะต้องทำงานบริษัทติดต่อลูกค้าตลอดทั้งวัน ก็ควรให้ไพรเวทเวลธ์ของธนาคารหรือโบรกเกอร์ดูแลให้ ซึ่งคิดว่าจะทำให้เงินได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพียงแต่เราให้แนวทางที่เราชอบไว้ โดยทุกเดือนจะกันเงินออมไว้ก่อนเพื่อเก็บไว้ให้ที่ปรึกษาการเงินดูจังหวะในการเข้าลงทุนให้ โดยตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 10-15% ของพอร์ต หรือเงินปันผลเฉลี่ยต่อปีประมาณ 4-5% ก็เป็นระดับที่พอใจแล้ว” เธอทิ้งท้าย







