
ผุดแอ็กชั่นแพลนพยุงส่งออก
คลอดยุทธศาสตร์ส่งออกเน้น 4 กลุ่ม หวัง 7 เดือนเพิ่มมูลค่าอีก 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
คลอดยุทธศาสตร์ส่งออกเน้น 4 กลุ่ม หวัง 7 เดือนเพิ่มมูลค่าอีก 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งออก (แอ็กชั่น แพลน) ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อผลักดันให้การส่งออกเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.2% มูลค่า 2.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากปัจจุบันช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ส่งออกได้รวม 8.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จึงหวังว่าในอีก 7 เดือน จะต้องทำเพิ่มอีก 1.41 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จึงจะได้ตามเป้าหมาย ซึ่งยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะดำเนินการจะเป็นแผนเร่งด่วนที่นอกเหนือจากแผนงานปกติที่ดำเนินการอยู่
สำหรับแผนยุทธศาสตร์ส่งออกจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออก 57% ของมูลค่าการส่งออกรวม ได้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ โดยจะผลักดันมูลค่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนที่เหลือเพิ่มขึ้น 5.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ส่งออกได้ 3.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
2.กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ข้าว อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป ผัก ผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป น้ำตาล ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ต้องเพิ่มอีก 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันส่งออกได้ 7,575 ล้านเหรียญสหรัฐ
3.กลุ่มสินค้าปิโตรเคมี ได้แก่ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ เพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันส่งออกได้ 6,292 ล้านเหรียญสหรัฐ
4.กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ จะต้องเพิ่มอีก 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันส่งออกได้แล้ว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และสินค้าอื่นๆ ที่ต้องทำเพิ่มอีก 6.07 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันส่งออกแล้ว 3.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
รมว.พาณิชย์ ชี้แจงว่า หลังจากนี้จะเชิญผู้บริหารระดับสูง (ซีอีโอ) ของบริษัทต่างๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่ม มาหารือเพื่อร่วมกันจัดทำแผนผลักดันการส่งออก เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยในวันที่่ 13 ก.ค.นี้ จะนำร่องเชิญผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของไทย ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า บีเอ็มดับบลิว และมิตซูบิชิ มาหารือเพื่อร่วมกันผลักดันการส่งออกรถยนต์ให้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อการส่งออก เพราะเศรษฐกิจโลกยังน่าเป็นห่วง แต่เชื่อว่าไทยยังมีโอกาสที่จะส่งออกได้เพิ่มขึ้น







