
‘สามารถ’ ปรับโครงสร้าง เสริมผู้เชี่ยวชาญธุรกิจใหม่
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หลังเจอกระแสพิษเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกกระหน่ำ ทางกลุ่มสามารถฯ ก็ได้เตรียมปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรักษาภาพรวมธุรกิจตลอด 60 ปี ให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมทั้งวางโครงสร้างผู้บริหารหลักใหม่ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างชัดเจนในช่วงต้นปีหน้า
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เพื่อให้ภาพรวมของธุรกิจในเครือสามารถเดินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง จึงมีแผนปรับปรุงโครงสร้างผู้บริหารใหม่มากขึ้น
ทั้งนี้ จะมีทั้งในรูปแบบของการปรับตำแหน่งเดิมให้ขยับขึ้น และรับสมัครทีมใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทำงานในสายงานใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสให้แก่ธุรกิจ ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดี ดังนั้นนักธุรกิจก็ต้องปรับตัวตามกระแสเพื่อขยายขีดความสามารถให้ดีมากขึ้น ซึ่งการปรับโครงสร้างทั้งหมดนี้จะสรุปอีกครั้งช่วงปลายปีนี้ และจะประกาศอย่างชัดเจนในต้นปีหน้า
“เราวางแผนที่จะมีการรีโพสิชั่นนิ่งหรือปรับตำแหน่งทางธุรกิจ และรีแบรนดิ้งหรือปรับแบรนด์ของกลุ่มสามารถใหม่ หันไปขยายการลงทุนด้านธุรกิจพลังงานมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะปรับภาพลักษณ์ใหม่ มีการเข้าไปคุยกับนักลงทุนรายใหม่ เข้าไปคุยกับคู่ค้ารายย่อยและองค์กรในการปรับแนวทางการทำธุรกิจที่เหมาะสมต่อไป ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต”
วัฒน์ชัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับกลยุทธ์สินค้าให้ตรงความต้องการของตลาดและบริการออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ พัฒนาเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ สื่อสารกับลูกค้าผ่านโซเชียล มีเดียมากขึ้น โดยจะมีทีมที่เข้ามาดูแลด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอย่างเต็มตัว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และเป็นช่องทางที่จะช่วยให้แข่งขันในตลาดต่างๆ มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
วัฒน์ชัย กล่าวต่อไปว่า “ต้องยอมรับว่าภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ไตรมาสแรกผลประกอบการต่ำกว่าปีที่แล้ว จากพิษเศรษฐกิจและสภาวะตลาดหลายๆ ด้าน เพราะกำลังซื้อลดลง ภัยแล้งเองก็ทำให้ประชาชนในต่างจังหวัด ไม่มีรายได้และไม่เกิดการซื้อขายสินค้า ทำให้ยอดขายไอโมบายที่ตั้งเป้าไว้ 4 ล้านเครื่อง พลาดกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดยทำได้เพียง 3-3.5 ล้านเครื่อง เพราะลูกค้าหลักเป็นกลุ่มต่างจังหวัด ซึ่งการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่นพม่าอย่างจริงจัง จะช่วยให้ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมียอดขายรวมถึงเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน”
การลงทุนปรับภาพลักษณ์ใหม่ที่ใช้งบ 100 ล้านบาทนั้น จะช่วยให้ไอโมบายเข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ของสมาร์ทโฟนที่มีการคัดคุณภาพมากกว่าจำนวน ซึ่งนอกจากสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนแล้ว ยังมีความสนใจที่จะนำสินค้ากลุ่มแกดเจ็ตและแวร์เอเบิลเข้ามาขายร่วมด้วย
“ตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในตะวันออกกลางอย่างอิรัก สนใจในสมาร์ทโฟนของไอโมบายอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ด้านการรับชมทีวีผ่านมือถือได้ นอกจากนี้ยังถือว่าตอนนี้เป็นเบอร์ 1 ในประเทศลาว ส่วนพม่าก็ตั้งเป้ายอดขายครึ่งปีหลังไว้ที่ 1 ล้านเครื่อง คาดว่าจะมาชดเชยในตลาดไทยที่มียอดขายลดลง ทำให้สิ้นปีนี้ไอโมบายจะยักรักษายอดขายให้ตามเป้าที่วางไว้ 4 ล้านเครื่องแน่นอน” วัฒน์ชัย กล่าว
ทางด้านของกล่องดิจิทัลทีวีในช่วงไตรมาส 2 นั้น ยอดขายกล่องตอนนี้ทำได้แล้วกว่า 4 แสนกล่อง จากลูกค้าที่เอาคูปองล็อตแรกมาใช้ ซึ่งจะครบในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ และคูปองรุ่นใหม่ก็ยังคงมีคนเอามาแลกอยู่เรื่อยๆ อาจเพราะคู่แข่งในตลาดลดลงเหลืออยู่เพียง 3-4 ราย ส่วนตลาดเสาอากาศนั้นยังคงเป็นเบอร์ 1 ในตลาดแน่นอน
ในส่วนของธุรกิจไอซีที ปัจจุบันมีโครงการในมือมูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมาได้ลงนามในสัญญาให้บริการระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่องกับท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย มูลค่า 2,279 ล้านบาท และเพิ่มในด้านอื่นๆ อีกจำนวน 60 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท สำหรับปี 2558 นี้บริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 40%
“เดิมทีทางกลุ่มสามารถ มีความแข็งแกร่งด้านการทำงานร่วมกับภาครัฐ ในเรื่องของโซลูชั่นและไอซีทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบวิเคราะห์ ทั้งในกลุ่ม ERP, POS, Airport Solution, Digital Trunked ทั้งยังมีทีมคู่ค้าด้านซอฟต์แวร์ชื่อดังที่ค่อนข้างแข็งแรง ซึ่งปีนี้เราจะเน้นโซลูชั่นที่เฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์รายใหญ่อย่าง ค้าปลีก ธนาคารและไฟแนนซ์ พลังงาน เป็นต้น ซึ่งตอนนี้การขยายภาพธุรกิจนี้ ทำให้ในระยะยาวทางกลุ่มสามารถ จะมีรายได้ประจำ 50% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้กลุ่มสามารถมีรายได้ประจำ 25-30% แล้ว” วัฒน์ชัย กล่าว







