posttoday
5 ขั้นการเงินสำหรับธุรกิจมือใหม่

5 ขั้นการเงินสำหรับธุรกิจมือใหม่

08 กรกฎาคม 2558

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบัน ทำให้มีธุรกิจเริ่มใหม่มากมาย

โดย...ศาสตรา มังกรอัศวกุล K-Expert ธนาคารกสิกรไทย [email protected]

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบัน ทำให้มีธุรกิจเริ่มใหม่มากมาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้โอกาสจากช่องทาง Social Media ซึ่งมีต้นทุนต่ำในการเริ่มประกอบกิจการ แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายต้องปิดกิจการไป ซึ่งปัจจัยหลักๆ นอกจากจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งมากมายในตลาด รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญอีกอันหนึ่งคือเจ้าของธุรกิจมือใหม่ ไม่มีความรู้ในเรื่องของการจัดการหรือวางแผนการเงินดีพอ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาเงินสดไม่เพียงพอต่อการดำเนินกิจการหรือสุดท้ายไม่สามารถบริหารต้นทุนได้จึงทำให้เกิดผลขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไป

สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ K-Expert มีข้อแนะนำสำหรับบริหารเงินเพื่อเป็นพื้นฐานในการทำธุรกิจ 5 ขั้นตอนดังนี้

1.มีเป้าหมายการเงินที่เน้นสภาพคล่อง เนื่องจากธุรกิจอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายและรายได้ให้มีเงินเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน รวมถึงการเก็บเงินจากลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพราะเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจอาจจะยังมีไม่เยอะ ดังนั้นควรเริ่มต้นด้วยการบริหารเรื่องสภาพคล่องเป็นหลัก โดยในช่วงเริ่มต้นอย่างน้อยควรมีเงินหมุนเวียนในกิจการที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่า หรือค่าแรงพนักงานเป็นต้น

2.จัดทำงบกำไรขาดทุนและกระแสเงินสด เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของเรามีกำไรและคุ้มค่ากับการลงทุนจริง การทำงบกำไรขาดทุนจะช่วยทำให้เราเข้าใจสถานภาพของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจหลายคนที่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองมีกำไรจากการดำเนินกิจการ เพราะค่าใช้จ่ายบางอย่างไม่ได้นำมารวม เช่น ค่าขนส่ง ค่าเดินทาง ค่าแรงของตนเอง เป็นต้น และเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจมีเงินสดเพียงพอควรมีการทำงบกระแสเงินสดเพื่อธุรกิจจะได้ไม่สะดุดจากการขาดเงินในการหมุนเวียน

3.ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้โดยตรง เพราะธุรกิจเริ่มใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำยังไงให้ธุรกิจอยู่รอดและมีกำไรเพียงพอ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรจะนำเงินไปใช้กับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ค่าซื้อสินค้า ค่าจ้างพนักงานขาย หรือค่าโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ยังไม่จำเป็นอาจจะงดเว้นไปก่อนเช่นค่าตกแต่งออฟฟิศให้สวยงาม ค่าอาหารว่าง หรือค่าอบรมที่ไม่เกี่ยวกับงานโดยตรง

4.เตรียมแผนสำรองในการหาแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) กับธนาคารไว้ การหารายชื่อคนที่เราสามารถกู้ยืมเงินได้ หรือรวบรวมรายการทรัพย์สินและราคาที่คาดว่าจะขายได้ รวมถึงแหล่งที่จะขายทรัพย์สินไว้ล่วงหน้า เพราะในกรณีจำเป็นเราอาจต้องนำทรัพย์สินไปขายเพื่อนำเงินมาใช้ในธุรกิจ

5.ตรวจสอบสภาพการเงินของธุรกิจอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้สภาพการเงินของธุรกิจเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ และหากมีอะไรผิดไปจากแผนจะได้หาวิธีแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที โดยอาจจะกำหนดเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส เป็นอย่างน้อย

แผนการเงินสำหรับธุรกิจในแต่ละช่วงอาจมีความแตกต่างกัน เพราะในแต่ละช่วงธุรกิจมีเป้าหมายและสภาพการเงินไม่เหมือนกัน เช่นในบางช่วงเราก็จะเน้นเรื่องกำไรเป็นหลัก เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนการเงินของเราตามสภาพธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจของเราสร้างกำไรและอยู่รอดในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย