
ปัญหาวิกฤตน้ำแล้งถล่มไทยหนัก พื้นที่นาข้าว4ล้านไร่เสียหาย80%
เตรียมลดระบายน้ำอีกรอบเพื่อรักษาน้ำกินน้ำใช้ ส่อวิกฤตจ่อสละนาเพื่อน้ำ
เตรียมลดระบายน้ำอีกรอบเพื่อรักษาน้ำกินน้ำใช้ ส่อวิกฤตจ่อสละนาเพื่อน้ำ
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 11/2558 โดยมีเข้าร่วมประชุมรวม 10 หน่วยงาน ว่า ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานว่าจากการติดตามพายุ 2 ลูกที่เกิดขึ้นบริเวณทะเลประเทศฟิลิปปินส์ คือ พายุหลินฟาและพายุจันหอม พายุทั้งสองลูกจะไม่เข้าไทยแล้ว โดยพายุหลินฟาจะเคลื่อนตัวขึ้นไปทางไต้หวัน ส่วนพายุจันหอมจะเคลื่อนตัวไปขึ้นฝั่งที่ภาคตะวันออกของจีน จึงคาดว่าปริมาณฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 28%
นายชัยยุทธ จารุพัฒนานนท์ หัวหน้ากองจัดการทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า หากเดินหน้าระบายน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ภายในสิ้นเดือน ก.ค. จะเหลือน้ำติดก้นเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เท่านั้น จึงเห็นว่าควรรักษาน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนไว้ได้นานที่สุด โดยปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงจากวันละ 8 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 5 ล้าน ลบ.ม. ลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์จากวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 11 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้มีน้ำไว้กินไว้ใช้และไล่น้ำเค็มได้อย่างมั่นคง
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุมผู้บริหารด่วนและต่อว่ากรมชลประทานเรื่องแผนการจัดการน้ำที่ไม่ชัดเจน ซึ่งผลจากวิกฤตขณะนี้ทำให้นาข้าวที่ปลูกอยู่ 4 ล้านไร่ หากมีการลดปริมาณการระบายน้ำลงจะทำให้มีความเสียหายกว่า 80% ซึ่งจะกระทบกับรายได้เกษตรกรในภาคกลางอย่างมาก







