
จับตาผลการลงประชามติกรีซ
สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงตลอดสัปดาห์ จากประเด็นหนี้กรีซที่ไม่ได้ข้อสรุป แม้จะมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2558 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์น่าจะอ่อนแอ และทิศทางการตั้งสำรองหนี้เสียที่น่าจะกดดันผลประกอบการไปอีก 2-3 ไตรมาส ทั้งนี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวยังดูแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม หลังผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สหายเป็นปกติ และไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วงที่ผ่านมา
สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงตลอดสัปดาห์ จากประเด็นหนี้กรีซที่ไม่ได้ข้อสรุป แม้จะมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2558 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์น่าจะอ่อนแอ และทิศทางการตั้งสำรองหนี้เสียที่น่าจะกดดันผลประกอบการไปอีก 2-3 ไตรมาส ทั้งนี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวยังดูแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม หลังผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สหายเป็นปกติ และไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วงที่ผ่านมา
หลังประชามติ หนี้กรีซก็ยังมีโอกาสยืดเยื้อ : เราคาดประเด็นหนี้กรีซจะยังส่งผลต่อจิตวิทยาตลาดไปอีกระยะ ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาทางไหน โดยหากประชาชนเลือกไม่รับข้อเสนอแผนความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ (NO) กรีซมีโอกาสจะผิดนัดชำระหนี้ก้อนอื่นเพิ่มเติม ซึ่งที่สุดอาจถูกขับออกจากกลุ่มยูโรโซน ขณะที่หากรับแผนความช่วยเหลือ (YES) แม้จะเปิดทางให้มีโอกาสเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้ แต่ยังคงต้องจับตาว่าการเจรจารับความช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้เร็วหรือช้า เนื่องจากหากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังลาออก หรือรัฐบาลประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ การรับความช่วยเหลือของกรีซก็อาจจะล่าช้าออกไป
ปัญหาภัยแล้ง ทำให้การบริโภคเกษตรกรฟื้นตัวยาก : สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ Elnino ทำให้เกิดปรากฏการณ์แล้งจัดในเอเชีย สถานการณ์ภัยแล้งในไทยอาจถือได้ว่ามีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 15 ปี หากพิจารณาจากปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งที่อยู่ในระดับต่ำ โดยปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งหล่อเลี้ยงภาคเหนือและภาคกลาง เหลือในระดับจำกัด ทำให้ต้องจำกัดพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังลดลง 42% และหากฝนทิ้งช่วงเกินเดือน ส.ค. อาจกระทบกับการปลูกข้าวนาปี กระทบกับภาคเกษตร และกำลังซื้อของเกษตรกร ดังนั้นการบริโภคโดยภาพใหญ่อาจชะลอการฟื้นตัวไปจนไตรมาส 4/2558 ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการ GDP ของเรา
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,500 จุด โดยปัจจัยลบที่อาจทำให้ตลาดแกว่งลงในระยะอันใกล้อยู่ที่ความยืดเยื้อของหนี้กรีซและแนวโน้มผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (ภายในวันที่ 20 ก.ค.) อย่างไรก็ตามเรามองความเสี่ยงทางลงน่าจะเริ่มจำกัด จากการที่หุ้นธนาคารลดลงจนซื้อขายที่เพียง 1.2 เท่าของมูลค่าทางบัญชี ซึ่งเป็นกรอบล่างของการซื้อขาย (Trading Range) ในรอบ 5 ปี โดยภาพรวมกลยุทธ์เรายังคงคำแนะนำทยอยสะสม และเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเดือน ก.ค.และไตรมาส 3
หุ้นเด่น : SCC ADVANC AAV MINT CPN TUF
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : KTB SCB IRCP TPCH (นักลงทุนควรตั้ง Stop Loss หากหุ้นลง 3-5%)







