
ดาหน้ากดหุ้นสิ้นปีนี้
นักวิเคราะห์หั่นเป้าดัชนี เหตุกดกำไรแบงก์ที่มีน้ำหนักถึง 30% เอ็มเอฟซีลดเหลือ 1,605
นักวิเคราะห์หั่นเป้าดัชนี เหตุกดกำไรแบงก์ที่มีน้ำหนักถึง 30% เอ็มเอฟซีลดเหลือ 1,605
ตลาดหุ้นไทยไม่สนใจสัญญาณที่ดีของหนี้กรีซ ดัชนีหุ้นดิ่งลงแรงหลุดระดับ 1,500 จุดปิดที่ระดับ 1,491.62 จุด รูดลง 12.93 จุด คิดเป็น 0.86% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 47,256.19 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหนักที่สุด 4,365 ล้านบาท สถาบันไทยช่วยซ้ำอีก 1,966 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยรับซื้อหลังแอ่นถึง 5,260 ล้านบาท
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงทิ้งหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ นำโดยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ทรุดหนัก 10 บาท หรือ 5.29% ปิดที่ 179 บาท ตามด้วยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิด 150 บาท ลดลง 5.50 บาท หรือ 3.54% ธนาคารกรุงไทย (KTB) ปิด 16.70 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 2.34% และธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปิด 174 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 2.25%
นายประกิต สิริวัฒนเกตุผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า หุ้นไทยดิ่งสวนหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นวันที่ 2 จากความกังวลกําไรในงวดไตรมาส 2 มีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเปรียบเทียบทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองหนี้ตามระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นในระยะสั้นยังคงแนะนําให้ชะลอการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไปก่อน
บล.เคเคเทรด ออกบทวิเคราะห์ว่า มีโอกาสปรับลดประมาณการดัชนีหุ้นในปีนี้ลงจากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 1,640 จุด จากกลุ่มธนาคารมีความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรลงตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีขนาดใหญ่ถึง 30% ของกำไรรวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ
นางพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายบริหารกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บลจ.เอ็มเอฟซี ปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นในปีนี้ลงเหลือ 1,605 จุด ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งที่ 2 จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 1,700 จุด และลดลงเหลือ 1,631 จุด เมื่อเดือน พ.ค. 2558
“ในไตรมาส 3 นี้ เราคาดว่าจะแกว่งอยู่ระหว่าง 1,450-1,550 จุดเท่านั้น เพราะนักลงทุนยังรอการลงทุนภาครัฐและรอให้ปัญหาหนี้กรีซคลี่คลาย ซึ่งไม่รู้ว่าดัชนีจะย่ำอยู่บริเวณนี้นานแค่ไหน เพราะรายย่อยและพอร์ตเทรดลงทุนแบบขึ้นขาย-ลงซื้อ เป็นรอบๆ” นางพัณณรัชต์ กล่าว
บลจ.เอ็มเอฟซี อาจจะออกกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ หากดัชนีลงไปถึง 1,450 จุด เพราะที่ดัชนีระดับ 1,500 จุดนั้น มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่จะมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศแทน โดยในสัปดาห์หน้ามีแผนจะออกทริกเกอร์ฟันด์ที่เน้นลงทุนหุ้นยุโรป โดยอาศัยจังหวะที่ตลาดหุ้นปรับลดลง กำหนดผลตอบแทนเป้าหมาย 5% ภายใน 5 เดือน
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาก่อนเฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 เดือน ตลาดหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12% คาดว่าในครั้งนี้ตลาดหุ้นจะตอบรับในทางที่ดีเช่นกัน
“ถ้าดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น คนที่ถือตราสารหนี้จะขาดทุน เพราะราคาตราสารหนี้จะลดลง จึงทำให้มีเงินไหลเข้าตลาดหุ้น” นายวิศิษฐ์ กล่าว
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ปรับลดคาดการณ์กําไรปี 2558 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลงอีก 8-15% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซายาวนานกว่าคาด ทําให้ NPL และการตั้งสํารองค่าเผื่อหนี้จะสูญเพิ่มขึ้น สินเชื่อเติบโตน้อยกว่าที่ประมาณการไว้
สำหรับกำไรไตรมาส 2 คาดจะอ่อนแอเพราะมีการตั้งสํารองเพิ่มขึ้น สินเชื่อขยายตัวได้จํากัด และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตน้อย โดยลดกำไรของ KBANK ปีนี้ลง 15% ส่วน KTB ลดลง 8% และลดกำไร SCB ลง 10%







