posttoday
เร่งแก้เศรษฐกิจ

เร่งแก้เศรษฐกิจ

28 มิถุนายน 2558

เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ยังคงตกอยู่ในภาวะซบเซา เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการส่งออก

เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ยังคงตกอยู่ในภาวะซบเซา เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในรอบ 5 เดือนแรกของปี บ่งชี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อตัวเลขยังติดลบ 4.2% และเป็นการติดลบ 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งเป็นตามที่คาดการณ์กันอยู่ก่อนแล้วว่าภาคการส่งออกของไทยจะยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก เมื่อภาวะเศรษฐกิจของโลกยังไม่ฟื้นตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินล่าสุดว่า ตัวเลขการส่งออกทั้งปีจะติดลบ 1.5%

ขณะที่ตัวเลขภาคการนำเข้าที่ติดลบสูงถึง 19.97% เป็นการติดลบหนักสุดในรอบ 5 ปีเศษ แม้ว่าจะทำให้เกินดุลการค้าในเดือน พ.ค. แต่ตัวเลขที่ซ่อนอยู่กับการนำเข้าที่ติดลบได้สะท้อนถึงภาวะการลงทุนภายในประเทศที่ถดถอย เมื่อยอดการนำเข้าสินค้าทุนในด้านการผลิตและบริการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า เหล็ก วัตถุดิบ ฯลฯ ล้วนมีตัวเลขที่ติดลบ ซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่อ่อนแอทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะเป็นความหวังที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ดำดิ่ง แต่สถานการณ์เมอร์สในไทยก็อาจจะทำให้ความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวลดน้อยลง แม้ว่าไทยจะคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจก็ตาม เช่นเดียวกับการลงทุนภาครัฐซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายที่จะช่วยปลุกเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังด้วยการลงทุนเมกะโปรเจกต์ด้วยเงินมหาศาล แต่กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ไม่อาจจะทำให้เม็ดเงินทั้งหมดไหลเข้าสู่ระบบได้รวดเร็วดังที่คาดหวัง

เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะยังคงอยู่ในภาวะอึมครึม เพราะไม่มีสัญญาณบ่งชี้ใดที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเป็นไปได้ว่าการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอาจจะถูกปรับลดลงอีก เพื่อให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับรัฐบาลที่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะไม่ดีดังที่ตั้งความหวังไว้ และเร่งปรับจูนนโยบายทางเศรษฐกิจให้สอดรับกับความเป็นจริง

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมีความจำเป็นแล้วหรือไม่ที่จะต้องนำมาใช้ปลุกให้เศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมกับการเร่งการลงทุนภาครัฐให้เกิดผลในทางปฏิบัติให้ได้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวจะต้องเร่งหาทางแก้ไขให้เบ็ดเสร็จ เพื่อให้กำลังซื้อภาคประชาชนขยับตัวได้อีกครั้ง ขณะเดียวกันภาคเอกชนเองก็ต้องไม่หยุดนิ่งรอให้ภาครัฐออกแรงกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงฝ่ายเดียว ถึงเวลาที่ต้องยอมเฉือนกำไรผลักดันกิจกรรมการตลาด เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายให้มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องทุ่มเทสรรพกำลังร่วมกับภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ให้ดำดิ่งลงไปมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท