
‘แฮร์รี่ หยาง’ ดันเลอโนโว ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ทุกตลาด
ปัจจุบัน เลอโนโว ซึ่งดำเนินธุรกิจในกลุ่มไอทีประเภทพีซี โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ต
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ปัจจุบัน เลอโนโว ซึ่งดำเนินธุรกิจในกลุ่มไอทีประเภทพีซี โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ต หลังจากนำสมาร์ทโฟนเข้ามาขายในไทยอย่างเป็นทางการ ถือว่าช่วยให้แบรนด์ที่ติดอันดับท็อป 5 สามารถก้าวขึ้นมาเป็นท็อป 3 ได้แบบไม่ยาก และจากนี้จะเพิ่มกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและขยายกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ให้มากขึ้น หลังจากดึงตัว แฮร์รี่ หยาง มาจากแบรนด์คู่แข่ง เชื่อว่าจะส่งผลให้ตลาดธุรกิจไอทีปลายปีนี้ร้อนระอุแน่นอน
แฮร์รี่ หยาง รองประธานและผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เลอโนโวมีพนักงานกว่า 6 หมื่นคนทั่วโลก ยอดขายกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเลอโนโวยังคงเป็นที่ 2 ในตลาดแท็บเล็ต อันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟน และตั้งเป้าว่าในอีก 1 ปีจะต้องเป็นเบอร์ 2 และในอีก 2 ปีจะต้องเป็นที่ 1 ในทุกตลาด
“บริษัทมองว่าทุกตลาดในเอเชียแปซิฟิกยังมีโอกาสในการเข้าไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เพราะไอดีซีได้ให้ตัวเลขในไตรมาสแรกของปีในภาคธุรกิจเอสเอ็มบีไว้ว่า เลอโนโวมีส่วนแบ่งราว 18.5% ซึ่งถือว่ายังมีโอกาสโตได้อีก ส่วนในไทยปีนี้คาดว่าจะโตขึ้นอีก 10.6%” แฮร์รี่ กล่าว
ด้าน จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้ช่วงครึ่งแรกของปีค่อนข้างเจอปัจจัยลบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ซึ่งธุรกิจไอทีเรียกได้ว่ายังรักษาฐานได้ โดยเลอโนโวยังประสบความสำเร็จอย่างดี
“ในเรื่องของกำลังซื้อในสินค้าทั่วไปของไทยอาจจะกระทบค่อนข้างมาก คาดว่าหลังการอัดฉีดเงินของภาครัฐในโครงการต่างๆ ช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นส่วนช่วยพยุงด้านเศรษฐกิจและการส่งออกจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและแรงงานให้ดีขึ้น” จีรวุฒิ กล่าว
ปัจจุบัน เลอโนโวสามารถไต่อันดับขึ้นมาอยู่ที่ 2 ในกลุ่มพีซีและเซิร์ฟเวอร์ และเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน จึงตั้งเป้าว่าจะเป็นอันดับ 1 ให้ได้ในทุกกลุ่ม พร้อมทั้งพัฒนาทีมงาน ช่องทางการขาย และค้าปลีกในรูปแบบใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับภูมิภาคให้มากขึ้น
“งบลงทุนในปีนี้จะนำไปใช้พัฒนาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์และสื่อสารแบรนด์ ด้านบริการ ซึ่งไตรมาส 3 ของปีนี้จะเพิ่มจุดขายสินค้าอีก 200 จุด จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 500 จุด ซึ่งจะเป็นทีมงานของเลอโนโวเองทั้งหมด เดิมเราใช้รูปแบบการให้บริการร่วมกับทางคู่ค้า โดยอยู่ในขั้นตอนของการดูสถานที่ที่เหมาะสม จากนั้นค่อยวางแผนขยายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป” จีรวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ แฮร์รี่ยังกล่าวอีกว่า เพื่อให้เลอโนโวสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเป็นเบอร์ 1 ได้ในทุกตลาด บริษัทจึงได้ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 30% ในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่ท้าทายมาก
“สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรขณะนี้เลอโนโวมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 10% และต้องเพิ่มกลยุทธ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าองค์กรให้มากขึ้น โดยจะเน้นที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อย่างธนาคาร โทรคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรมและการผลิต เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ภาพรวมลูกค้าทั้งหมดแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป 70% และองค์กร 30%” แฮร์รี่ กล่าว
ทั้งนี้ เลอโนโวยังมั่นใจว่า การเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรที่มีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เน็ตเวิร์กกิ้งและสตอเรจ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้ากลุ่มองค์กรมากขึ้นแน่นอน







