posttoday
กนง.มองเศรษฐกิจไทย ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

กนง.มองเศรษฐกิจไทย ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

25 มิถุนายน 2558

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตหลายประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางและความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจไทยที่เพิ่มขึ้นจากการประชุม กนง.ครั้งก่อนหน้า

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตหลายประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางและความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจไทยที่เพิ่มขึ้นจากการประชุม กนง.ครั้งก่อนหน้า

เริ่มด้วยจากเศรษฐกิจโลก ที่ประชุม กนง.ครั้งนี้ พบว่า นอกจากเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้แล้ว ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด และส่งผลให้เศรษฐกิจเอเชียอื่นๆ (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามการส่งออกไปจีนและการค้าภายในภูมิภาคเอเชียที่หดตัว

เป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินของที่ประชุม กนง. เมื่อเดือน มี.ค. 2558 ที่ระบุเพียงว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
จีนและเอเชีย

ด้านตลาดเงิน การประชุมครั้งนี้ได้ประเมินผลการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 1.5% เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2558 ว่าช่วยให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลงทันทีหลังการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ที่ค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับการปรับลดหลังการประชุมเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2558 และการลดดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจได้บางส่วน

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ กนง.ระบุว่า แรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรก และเดือน เม.ย. 2558 ชะลอลงจากการบริโภค ภาคเอกชนที่ยังเปราะบางและการส่งออกที่หดตัวต่อเนื่องจากเศรษฐกิจจีนและเอเชียชะลอตัวลง ขณะที่การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่ทำได้ดีขึ้นและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีต่อเนื่องมีบทบาทช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีแรงส่งจากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะได้ดีและต่อเนื่อง รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตดี

ภาพเศรษฐกิจดังกล่าวแตกต่างจากการประชุม กนง.เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ระบุว่า การใช้จ่ายภาครัฐที่อาจน้อยกว่าคาด จากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของหน่วยราชการที่ไม่สอดคล้องกับการเพิ่มงบด้านการลงทุน ประกอบกับการปรับค่างานด้านก่อสร้างตามราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้โครงการลงทุนบางส่วนล่าช้า

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบางทำให้ กนง.ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2558 ลงมาอยู่ที่ 3% เทียบกับก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.8% ขณะที่ประมาณการปี 2559 อยู่ที่ 4.1%

นอกจากนี้ กนง.ยังปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2558 มาอยู่ที่ -0.5% และ 1% ตามลำดับ จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 0.2% และปรับลดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลงมาอยู่ที่ 1% จากเดิม 1.2% โดย กนง.ประเมินว่าโอกาสของการเกิดภาวะเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่อง จากการอุปโภคบริโภคยังขยายตัว ราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น และการคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายเงินเฟ้อ

รายงาน กนง. ตบท้ายเรื่องการดำเนินนโยบายการเงิน ว่า กนง.ให้ความสำคัญกับการพิจารณา Trade-Off ระหว่างประสิทธิผลจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม เทียบกับความจำเป็นในการรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีจำกัดไว้ใช้ในระยะต่อไป

โดย กนง.มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ในการประชุมรอบนี้ เพื่อรักษา Policy Space ไว้รองรับความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญต่อไป รวมทั้งกรรมการจำนวนหนึ่งเห็นว่าการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอาจเพิ่มความไม่สมดุลทางการเงินที่อาจก่อตัวขึ้นจากภาวะอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมานาน เช่น พฤติกรรมการแสวงหากำไรในสินทรัพย์เสี่ยงและแนวโน้มการออมของภาคครัวเรือนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69