
ผนึกมาเลย์ปลุกค้า3หมื่นล้าน
ไทยถกมาเลเซียกระพือการค้าแตะ 3 หมื่นล้านเหรียญ ปี 2561 ลดอุปสรรคระหว่างกัน
ไทยถกมาเลเซียกระพือการค้าแตะ 3 หมื่นล้านเหรียญ ปี 2561 ลดอุปสรรคระหว่างกัน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. อนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเรื่องท่าทีไทยสำหรับการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ระหว่างไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะหารือประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า และไทยจะเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้
สาระสำคัญที่จะหารือและรับรองผลการประชุมมี 7 เรื่อง ได้แก่ 1.ตั้งเป้าหมายการค้าสองฝ่าย 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2561 จากที่ในปี 2557 มูลค่าการค้าอยู่ที่ 25,510 ล้านเหรียญสหรัฐ
2.การส่งเสริมการค้าชายแดน เช่น ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและจัดตั้งคณะทำงานร่วมส่งเสริมการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย 3.การลดอุปสรรคทางการค้าและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ได้แก่ ผลักดันความร่วมมือการขนส่งทางถนนระหว่างไทย–มาเลเซีย ผลักดันมาเลเซียให้อนุญาตนำเข้าข้าวจากไทยทั้งการขนส่งทางบกและทางน้ำ จากปัจจุบันอนุญาตเฉพาะทางน้ำ และพิจารณาผ่อนปรนข้อกำหนดการออกใบอนุญาตทำงานสำหรับแรงงานและผู้ประกอบการไทยในมาเลเซีย
4.ความร่วมมือเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและการพัฒนาอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ระหว่างไทยกับมาเลเซียในเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5.ความร่วมมือด้านฮาลาล เช่น สนับสนุนความร่วมมือพัฒนามาตรฐานและการรับรองตราฮาลาลให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
6.ความร่วมมือด้านยางพารา ทั้งด้านการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะส่งเสริมการผลิตที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในไทยมากขึ้น และ 7.ความร่วมมือภาคเอกชน สนับสนุนการเชื่อมโยงและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนสองฝ่าย โดยตระหนักถึงความสำคัญของภาคธุรกิจในการเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนการค้าและการลงทุน
ทั้งนี้ การประชุมเจทีซี ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 2 จัดขึ้นห่างจากครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2548 ประมาณ 10 ปี เนื่องจากความไม่สะดวกของทั้งสองฝ่าย
ปัจจุบันมาเลเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย แต่ถ้าเทียบเฉพาะกลุ่มอาเซียนถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 โดยสินค้าส่งออกหลักของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และแผงวงจรไฟฟ้า และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์







