
กรุงไทยหั่นดัชนีเหลือ1,580
บลจ.กรุงไทย หดเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,580 จุด แนะเพิ่มหุ้นเติบโต หนุนผลตอบแทน
บลจ.กรุงไทย หดเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,580 จุด แนะเพิ่มหุ้นเติบโต หนุนผลตอบแทน
นายสมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า บลจ.กรุงไทย ปรับลดประมาณการดัชนีหุ้นไทยในปีนี้ลงเหลือ 1,580 จุด จากเมื่อต้นที่เคยประเมินไว้ที่ 1,680 จุด โดยยังคงคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะยังอยู่ที่ 25% เท่าเดิม
“กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังโตเท่าเดิม แต่ที่เราไม่แน่ใจคือ มูลค่าหุ้นที่นักลงทุนจะให้กับหุ้นไทย จึงลดระดับประมาณการราคาต่อกำไร (พี/อี) ลงเหลือ 16 เท่า จากที่เคยให้ไว้ 17 เท่า เพราะคาดว่ากระแสเงินทุนจากต่างชาติน่าจะไม่ค่อยมี ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยขึ้น”นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ บลจ.กรุงไทย ยังปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้เหลือ 3.5% จากที่เคยประเมินไว้ที่ 5% เมื่อช่วงต้นปี โดยที่ยังไม่ได้นำปัจจัยลบต่อการท่องเที่ยวและภัยแล้งเข้าไปคำนวณด้วย
“เมื่อต้นปีเรามองเศรษฐกิจไทยดีเกินไป เพราะคาดว่าเม็ดเงินลงทุนจากการลงทุนภาครัฐจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ได้ส่งผลมากเท่าที่คาด และในไตรมาสแรกแม้ว่าภาวะโดยรวมจะเอื้อให้เกิดการบริโภค แต่ขาดความเชื่อมั่นทำให้ชะลอการบริโภค”นายสมชัย กล่าว
นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน งานลงทุนในตราสารทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ขยับขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ ทำให้การลงทุนให้ได้กำไรสูงๆ ทำได้ยาก และต้องเน้นการคัดเลือกหุ้นให้มากขึ้น
“นโยบายการลงทุนในครึ่งหลังของปีนี้ จึงต้องผสมระหว่างหุ้นคุณค่า หรือหุ้นที่ให้ปันผลสูงผสมกับหุ้นเติบโต เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น แต่ก็จะทำให้กองทุนผันผวนมากขึ้น โดยกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่สุดของกรุงไทยตอนนี้มีการลงทุนในหุ้นเติบโตประมาณ 40% ของพอร์ต”นายวีระ กล่าว
สำหรับการลงทุนต่างประเทศ นายวีระ กล่าวว่า ยังแนะนำการลงทุนในกองทุนหุ้นยุโรป เพราะเศรษฐกิจมีโอกาสพลิกฟื้นหลังจากค่าเงินอ่อนค่า และปัญหาหนี้กรีซจะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้ในระยะสั้นมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการซื้อขายโดยใช้สินเชื่อสูงถึง 7.9% ของการซื้อขายทั้งหมด
ทั้งนี้ กองทุนเปิดดับเบิ้ลยูไอเอสอี เคแทม ซีเอสไอ 300 ไชน่า แทร็กเกอร์ (CHINA) ประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.50 บาท/หน่วย คิดเป็นผลตอบแทน 15.26% และกองทุนเปิด KTAM SET50 ETF Tracker (ESET50) จ่ายเงินปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.20 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 3.91% โดยทั้งสองกองทุนปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ในวันที่ 2 ก.ค. 2558 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 14 ก.ค.นี้







