posttoday
นิคมฯรับมือแล้ง อีสเทิร์นซีบอร์ดโล่ง-น้ำครึ่งอ่าง

นิคมฯรับมือแล้ง อีสเทิร์นซีบอร์ดโล่ง-น้ำครึ่งอ่าง

23 มิถุนายน 2558

เป็นสถานการณ์ภัยแล้งที่เรียกได้ว่าวิกฤตที่สุดในรอบ 50 ปี

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

เป็นสถานการณ์ภัยแล้งที่เรียกได้ว่าวิกฤตที่สุดในรอบ 50 ปีเมื่อปริมาณน้ำในเขื่อนหลักๆที่สนับสนุนน้ำดิบเข้าสู่พื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เหลือน้ำใช้ประมาณ 30 วัน ณ ระดับการปล่อยน้ำในปัจจุบัน

ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิ.ย. 2558 พบว่าเขื่อนภูมิพลมีน้ำใช้การได้จริงเพียง 323 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 2% ของความจุเขื่อน เขื่อนสิริกิติ์เหลือน้ำใช้การได้จริง 615 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 6% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือน้ำใช้การได้จริง 73 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 8% และมีแนวโน้มว่ากลางปีจนถึงปลายปีนี้จะเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญเข้ามาซ้ำอีกระลอก

ผลกระทบจากภัยแล้งทำให้กรมชลประทานขอความร่วมมือเลื่อนทำนาในพื้นที่ 22 จังหวัดภาคกลาง และสร้างความกังวลให้โรงงานที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างพอสมควร

วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ยอมรับว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นขณะนี้จะมีผลต่อการจัดหาแหล่งน้ำให้นิคมอุตสาหกรรมในภาคกลาง 7-8 แห่ง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ซึ่งปริมาณน้ำในแม่น้ำเกี่ยวข้องโดยตรงกับน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักฯ ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำต่ำมาก โดย กนอ.เตรียมแผนสำรองไว้ คือ การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เพิ่มเติม

“นิคมอุตสาหกรรมภาคกลางได้เตรียมน้ำบาดาลสำหรับเป็นน้ำสำรองให้กับโรงงานคิดเป็น 30% ของความต้องการใช้น้ำทั้งหมด หรือคิดเป็น 6,000 ลบ.ม./วัน จากปกติที่โรงงานในนิคมฯ ต้องการใช้น้ำ 2 หมื่น ลบ.ม./วัน และเชื่อว่าเมื่อถึงเดือน ก.ค. ฝนที่เริ่มตกถี่ขึ้น จึงมั่นใจว่านิคมฯ ในภาคกลางจะไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งรอบนี้”

สอดคล้องกับ อัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมและพันธมิตร ที่ระบุว่า ไม่กังวลปัญหาขาดแคลนน้ำในนิคมฯ ภาคกลาง เนื่องจากทางนิคมฯ และผู้ประกอบการเตรียมรับมือล่วงหน้า

อัญชลี เสนอว่า ภาครัฐต้องวางแผนจัดหาน้ำทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้มีน้ำเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ที่จะขยายตัวอย่างมากในอีกไม่กี่ปีนี้

ในขณะที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมหลักของไทย และเคยเผชิญกับวิกฤตแล้งครั้งใหญ่เมื่อปี 2548 นั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างประเมินว่าภัยแล้งรอบนี้จะ
ไม่ทำให้โรงงานในอีสเทิร์นซีบอร์ดขาดแคลนน้ำเช่นเมื่อ 10 ปีก่อนแน่

เห็นได้จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ อยู่ในภาวะทรงตัว โดยอ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำสำรอง 132 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 53% ของความจุ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมีน้ำสำรอง 63 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 38% และอ่างเก็บน้ำดอกกรายมีน้ำสำรอง 26.7 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 37%

“ปริมาณน้ำสำรองในอีสเทิร์นซีบอร์ดที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมพบว่า ในพื้นที่ จ.ระยอง และฉะเชิงเทราไม่น่าห่วง แต่พื้นที่ชลบุรีน้ำสำรองเริ่มน้อยลง แต่มั่นใจสถานการณ์จะไม่ย่ำแย่จนส่งผลกระทบต่อการผลิตแน่นอน โดยเฉพาะประแสร์ที่เป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญ ที่อีสวอเตอร์ได้โควตาจัดสรรน้ำจากรมชลประทาน 70 ล้าน ลบ.ม. แต่ขณะนี้ใช้ไปเพียง 10 ล้าน ลบ.ม. โดยสถานการณ์ขณะนี้ไม่ถือว่าวิกฤต” เชิดชาย ปิติวัชรากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้า บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสวอเตอร์ กล่าว

ด้าน จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักจะน้อยจนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เพราะอีสวอเตอร์ได้สำรองน้ำสำหรับอีสเทิร์นซีบอร์ดอย่างเพียงพอ ส่วนภาคกลาง กนอ.ได้เตรียมแผนรับมือร่วมกับนิคมฯ ต่างๆ ไว้แล้ว

“น้ำที่กันไว้นั้นไม่ใช่การไปแย่งน้ำมา แต่เป็นน้ำที่เป็นโควตาที่่ภาคอุตสาหกรรมจะได้รับจัดสรร นอกเหนือจากจัดสรรให้กับภาคประชาชนและภาคเกษตรแล้ว โดยยืนยันภาคอุตสาหกรรมจะไม่แย่งน้ำ
จากภาคอื่นๆ แน่นอน” จักรมณฑ์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ