
6 เทรนด์แพ็กเกจจิ้ง
โดย...nDJ ([email protected])
โดย...nDJ ([email protected])
ปัจจุบันโลกของแพ็กเกจจิ้ง หรือบรรจุภัณฑ์ กำลังเปลี่ยนไป ผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบรวมไปถึงเจ้าของสินค้าต่างต้องเกาะเทรนด์การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานตามกระแสด้วย
เฉลิมพล ฮุนพงษ์สิมานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม โทเซลโล กิจการร่วมทุนระหว่าง เอสซีจี เคมีคอลส์ และ มิตซุย เคมิคอลส์ โทเซลโล อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกฟิล์มเพื่อบรรจุภัณฑ์ ระบุถึงแนวโน้ม หรือเทรนด์ของแพ็กเกจจิ้ง ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต
ผู้ผลิตและเจ้าของสินค้าจะต้องคำนึงถึง เพื่อตอบโจทย์หลักพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสการดูแลสุขภาพที่ยังมาแรงต่อเนื่องและมีส่วนเกี่ยวข้องกับแพ็กเกจจิ้งเช่นกัน รวมถึงการนำเทคโนโลยี คิวอาร์ โค้ด (QR Code) มาใช้ในบรรจุภัณฑ์สินค้าต่างๆ ที่จะกลายเป็นเรื่องปกติเช่นกัน
มี 6 เทรนด์ของแพ็กเกจจิ้งเข้ามากำกับดังนี้ 1.Sustainability การพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกันทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือ โก-กรีน ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าได้มากที่สุด เช่น การลดขนาด หรือไซส์แพ็กเกจจิ้งให้มีขนาดเล็กลง เป็นการใช้แล้วหมดเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งแนวโน้มแพ็กเกจจิ้งลักษณะนี้ เริ่มเห็นบ้างแล้วในต่างประเทศ
2.Functionality ตอบโจทย์คุณประโยชน์การใช้งานที่มากขึ้น ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น 3.Flexibility ความยืดหยุ่นของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่เพื่อห่อหุ้มสินค้า หรือเป็นเพียงแค่กล่องเท่านั้น เช่น กล่องใส่ขวดไวน์ ที่เมื่อคลี่ออกมาแล้วสามารถกางเป็นชั้นวางไว้ หรือแก้วเครื่องดื่มได้
4.Innovative นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ของบรรจุภัณฑ์ ที่ไม่ถูกจำกัดความคิดการเป็นแพ็กเกจจิ้งผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่บรรจุภัณฑ์นั้นสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับตัวสินค้าได้พร้อมกัน อย่างเนยบัตเตอร์ ที่เมื่อแกะฝาออกมาจากกล่องบรรจุแล้ว สามารถแปลงเป็นมีดตัด หรือปาดเนยพร้อมใช้ได้ด้วย
5.Social กระแสของสังคมที่เข้ามามีบทบาทในการแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างได้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่แพ็กเกจจิ้ง เช่น ผลิตภัณฑ์ขวด หรือกระป๋องเครื่องดื่มโค้ก ที่มีการนำแนวคิดของโซเชียล จากการใช้ชื่อของผู้คน การเล่นคำต่างๆ มาใช้ร่วมกับการทำตลาดบรรจุภัณฑ์
สุดท้าย 6.Information การให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้เกี่ยวข้องในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ที่ปัจจุบันจะเริ่มเห็นว่ามีเจ้าของสินค้าหลายราย เช่น กลุ่มอาหาร ต่างหันมาให้ข้อมูลสินค้าที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งจาก 6 เทรนด์ที่กล่าวมานี้ กำลังเป็นกระแสที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก
ขณะที่ในเมืองไทยอาจยังอยู่ในช่วงจับตาเพื่อเตรียมความพร้อม ด้วย “บริบท” ในประเทศไทยยังอาจมีความไม่พร้อมหลายอย่างประกอบกัน อาทิ ค่าแรงงาน โลจิสติกส์ ค่าบริการสาธารณูปโภค เป็นต้น ซึ่งการวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นฮับด้านแพ็กเกจจิ้งนั้น ยังต้องคำนึงถึงในหลายส่วน
ขณะที่จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์นั้น เห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำเป็นจะต้องกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้สามารถเติบโตอยู่ได้อย่างยั่งยืนเป็นแนวโน้มเดียวกันกับทั่วโลก







