
ปั้นมุกดาหารเชื่อมโลจิสติกส์
ทูตพาณิชย์ลาวแนะเสริมแกร่งโลจิสติกส์มุกดาหาร ดูดสินค้าผลิตลาวส่งออกผ่านไทย
ทูตพาณิชย์ลาวแนะเสริมแกร่งโลจิสติกส์มุกดาหาร ดูดสินค้าผลิตลาวส่งออกผ่านไทย
นางพิมล ปงกองแก้ว ผู้อำนวยการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารนั้น ไทยควรต้องพัฒนาพื้นที่ให้มีขีดความสามารถด้านการบริหารการขนส่งครบวงจร มีอุปกรณ์พร้อม มีความรวดเร็วแบบการบริหารจัดการในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อให้มุกดาหารกลายเป็นแหล่งดึงดูดสินค้าจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโนของลาว ขนส่งสินค้าผ่านไทยไปประเทศที่ 3
“จริงๆ จากลาวสามารถส่งออกไปทางเวียดนามได้เช่นกัน เพราะเวียดนามมีท่าเรือดานังและท่าเรือวุ้งอ่างที่สามารถส่งต่อไปประเทศที่ 3 ได้ แต่ท่าเรือของฝั่งเวียดนามยังบริหารจัดการได้ไม่รวดเร็ว เราน่าจะใช้โอกาสนี้ให้บริการที่รวดเร็วกว่า ดึงสินค้าเข้ามาสู่ศูนย์กระจายสินค้าที่มุกดาหาร วิ่งผ่านทางถนนลงสู่ท่าเรือแหลมฉบังหรือมาบตาพุด ส่งออกไปยุโรปโดยไม่ต้องอ้อมคาบสมุทรอินโดจีน” นางพิมล กล่าว
ทั้งนี้ ไทยควรชูจุดเด่นเรื่องโกดังสินค้า เพื่อให้โรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษของลาวหรือนิคมอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องมีโกดัง แต่มาใช้บริการโกดังในเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารแทน เพราะหากมีเพียงโรงงานเดียว การสร้างโกดังก็อาจไม่คุ้มค่า การขนส่งสินค้าแต่ละครั้งอาจไม่เต็มตู้ ทำให้ต้นทุนสูง แต่หากผลิตเสร็จแล้ว หลายโรงงานส่งมารวมกันที่มุกดาหาร แล้วค่อยไปกระจายที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือมาบตาพุด ก็จะช่วยลดต้นทุนได้
นอกจากนี้ ภาคเอกชนควรเข้ามาลงทุนธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจบริการร้านอาหาร โรงพยาบาล การบริการซ่อมแซม เพื่อให้การเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารและสะหวัน-เซโนของลาวเกิดประโยชน์สูงสุด
นางพิมล กล่าวอีกว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารไม่น่าจะทำให้การค้าชายแดนผ่านประตูชายแดนอื่น เช่น หนองคาย นครพนม เปลี่ยนไปมากนัก เนื่องจากแต่ละประตูมีความสำคัญและเอกลักษณ์ต่างกันไป เช่น นครพนมเป็นเส้นทางขนส่งที่สั้นที่สุด
สำหรับมูลค่าการค้าไทย-ลาวเดือน ม.ค.-เม.ย. 2558 อยู่ที่ 1,792.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 3.57% แบ่งเป็นการส่งออก 1,350.86 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 0.69% และการนำเข้า 441.44 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 13.47% สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน







