posttoday
บิวตี้โตสวนเศรษฐกิจซบ

บิวตี้โตสวนเศรษฐกิจซบ

23 มิถุนายน 2558

บิวตี้โตสวนเศรฐกิจกำลังซื้อซบ ผู้หญิงไม่หยุดสวย แถมทัวร์จีนฮิตสุด!!!-APCO บุกออนไลน์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฒฬ์

บิวตี้โตสวนเศรฐกิจกำลังซื้อซบ ผู้หญิงไม่หยุดสวย แถมทัวร์จีนฮิตสุด!!!-APCO บุกออนไลน์

ผู้หญิงอย่าหยุดสวยเป็นคำยอดฮิตและเป็นจริงอย่างมาก และชัดเจน "นพ.สุวิน ไกรภูเบศ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเจ้าของบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ยืนยันว่าจริง

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ BEAUTY ของ นพ.สุวินเกิดขึ้นจากความต้องการที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง เพราะผู้หญิงคือผู้ถือเงินและผู้ตัดสินใจจ่ายเงิน ดังนั้น ธุรกิจความงามจะเป็นธุรกิจที่จะโตในทุกวิกฤต

ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางโตทุกปีเฉลี่ยปีละ 9.7% และชัดเจนแม้ว่าตัวเลขอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศจะลดลง แต่ธุรกิจเครื่องสำอางยังโต

อาทิ ปี 2554 จีดีพีไม่โต แต่ธุรกิจเครื่องสำอางโต 11% ภาพของการเติบโตเป็นไปในลักษณะนี้เช่นเดียวกับปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจไม่เติบโตแต่อุตสาหกรรมนี้ยังโตเพราะ ประการแรก ผู้หญิงใส่ใจกับความงาม ประการที่สอง สังคมเมืองขยายไปในต่างจังหวัด ประการที่สาม คนอายุน้อยลงหันมาใช้เครื่องสำอางกันมากขึ้น ประการที่สี่ กลุ่มคนที่ใช้ก็เพิ่มขึ้น ซึ่งระยะหลังจะเห็นว่าผู้ชายก็ดูแลตัวเองมากขึ้น และแม้เครื่องสำอางจะเป็นของฟุ่มเฟือย แต่กลายเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อชีวิตนั่นเอง

BEAUTY ก่อตั้งเมื่อปี 2543 และจนถึงทุกวันนี้ดำเนินธุรกิจด้านความงามมาเป็นเวลา 15 ปี และเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2555 มีสถานะเป็น บจ. 2 ปี 6 เดือน ถือว่าเป็นบริษัทและกิจการที่เติบโตดีมาก จนกระทั่งล่าสุด MSCI ได้ประกาศให้เข้าไปอยู่ในการคำนวณดัชนีประเภท MSCI Global Small Cap Indexes และเป็นธุรกิจที่โตสวนเศรษฐกิจกำลังซื้อและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่วมาโดยตลอด

นพ.สุวิน กล่าวว่า BEAUTY จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในไตรมาส 2 นี้ แม้ว่าโดยภาพรวมของเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่ยอดขายของบริษัทก็จะสามารถเติบโตได้ในระดับเดียวกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ที่ยอดขายโตประมาณ 30% และธุรกิจของบริษัทมีการเติบโตได้ในทุกไตรมาส และถือเป็นการเติบโตที่สวนเศรษฐกิจ โดยในปีนี้ก็จะยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

"นโยบายของบริษัทจะเติบโตประมาณ 20% ของยอดขายและกำไรสุทธิ แต่ที่ผ่านมาสามารถเติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ผลของการเติบโต BEAUTY นั้นเกิดขึ้นจากการเติบโตจากการขยายสาขาใหม่ การเติบโตจากสาขาเดิมที่ขยายตัวได้ดี และสาขาในร้านค้าปลีกหรู ซึ่งจะเห็นว่าในสาขาทุกรูปแบบนั้นมีการเติบโตขึ้นทั้งหมด"

นอกจากนี้ BEAUTY กลายเป็นสินค้ายอดฮิตในกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เข้ามาในเมืองไทยจะเข้าไปที่ร้านค้าของบริษัททุกสาขาเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งมีทั้งซื้อไปใช้เองและซื้อไปขายต่อ และเหตุที่สินค้าเป็นที่ถูกใจคนจีนนั้น นอกจากเป็นสินค้าคุณภาพดี หีบห่อสวยแล้ว ยังเป็นผลมาจากการที่บริษัทไปเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ที่จีนด้วย เมื่อกลุ่มคนจีนเข้ามาก็จะรู้จักสินค้าของบริษัทเป็นอย่างดี และทุกวันนี้ BEAUTY มียอดขายจากกลุ่มลูกค้าประเภทนี้ประมาณ 20% ขณะที่การขยายสาขาไปยังต่างประเทศนั้นก็จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดมีสาขาที่ต่างประเทศรวม 24 สาขาแล้ว ส่วนสาขาในประเทศจะอยู่ที่ 286 สาขา

"เพื่อให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในทุกกลุ่มและทุกประเทศมากขึ้น บริษัทได้ไปเปิดบิวตี้แบบคีออสก์ที่คิงเพาเวอร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าได้รู้จักเพิ่มมากขึ้นไปอีก และแม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาในเรื่องของไวรัสเมอร์สก็จะไม่ส่งผลกระทบ เพราะจากการสำรวจตามสาขาของบริษัทนั้น ยอดขายยังปกติ อีกทั้งลูกค้าหลักประมาณ 70-80% ยังคงเป็นลูกค้าในประเทศ"

ทั้งนี้ นักลงทุนและกองทุนจากต่างประเทศนั้นแสดงความสนใจอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาได้มีการขายหุ้นให้กับกองทุนและจากการพบปะกับนักลงทุนนั้น เหตุที่ชอบหุ้น BEAUTY เพราะทำธุรกิจค้าปลีกประเภทความงาม และมีการเติบโตที่ดีและยังสามารถโตได้อีกมากในอนาคต และอัตราการใช้เครื่องสำอางของไทยยังมีการขยายตัวได้อีกมาก เพราะหากดูค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้ว คนไทยใช้เครื่องสำอางประมาณ 20 เหรียญสหรัฐ/ปี/คน ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับเกาหลี ซึ่งอยู่ที่ 200 เหรียญสหรัฐ และญี่ปุ่นอยู่ที่ 180 เหรียญสหรัฐ และปัจจัยทั้งหมดนี้เองทำให้หุ้นเป็นที่สนใจ

"หุ้นของบริษัทถือว่าเติบโตดี และให้ผลตอบแทนที่ดี เพราะผมนำบริษัทเข้า ตลท. เมื่อปี 2555 มีราคาขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 8 บาท ซึ่งจนถึงทุกวันนี้หุ้นซื้อขายที่กว่า 40 บาท แม้ขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จาก 1 บาท เหลือ 0.10 บาท หรือหุ้นซื้อขายที่ 4 บาท และยังจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นต่อเนื่องเช่นกัน"

บล.ทิสโก้ แนะนำถือ มองว่า BEAUTY เติบโตดีตามคาดไว้ และน่าจะดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ตามการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ การรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรไว้ในระดับสูงไม่ต่ำกว่า 20% จากความสามารถในการต่อรองตามการประหยัดต่อขนาด และรายได้จากต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งจากการขยายสาขาไปต่างประเทศและลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาซื้อสินค้าในไทย

นายพิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การทำธุรกิจของบริษัทก็ยังสามารถเติบโตได้ และจะรุกในการขยายเข้าสู่การขายผ่านออนไลน์มากขึ้น และเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าของบริษัทมากขึ้น ซึ่งคาดว่าการรับรู้รายได้ของบริษัทผ่านระบบ APCO Global Digital Marketing ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 นี้

สำหรับผลงานไตรมาสแรกที่ผ่านมาทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะได้รับผลกระทบบ้างจากเศรษฐกิจที่ลดลง โดยไตรมาสแรกมีรายได้ 96.42 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 22.17 ล้านบาท แต่แนวโน้มไตรมาส 2 น่าจะดีขึ้นหลังเริ่มเห็นสัญญาณการซื้อดีขึ้น อีกทั้งโครงการจัดสรรหุ้นให้กับผู้มีอุปการคุณที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-18 พ.ย. 2558 จะได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือ 250 ล้านหุ้น 1 บาท/หุ้น และพร้อมจัดสรรหุ้นสมนาคุณอีก 5% ของสัดส่วนที่ได้รับ และอาจมีการปรับสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก ก็น่าจะสนับสนุนยอดขายด้วย และถ้าหากเป็นไปตามเป้าหมายบริษัทจะมีลูกค้าประจ ำและเป็นผู้ถือหุ้นประมาณ 1 หมื่นคน ซึ่งน่าจะสร้างยอดขายได้ 360 ล้านบาท/ปี และจะเป็นรายได้ประจำที่แน่นอนและชัดเจน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69