กยศ.ของบ3หมื่นล.ปล่อยกู้
กยศ.มั่นใจปีงบ 2559 ได้เงิน 3 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ 8 แสนราย
กยศ.มั่นใจปีงบ 2559 ได้เงิน 3 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ 8 แสนราย
น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 กยศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการปล่อยกู้ให้นักเรียนนักศึกษากว่า 3 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นจะใช้ปล่อยกู้ให้กับนักเรียนนักศึกษาได้ราว 8 แสนราย แบ่งเป็นรายเก่า 6 แสนราย และรายใหม่ 2 แสนราย ถือว่าเพียงพอต่อการดำเนินการในปีการศึกษา 2559
“งบประมาณในปี 2559 ที่ กยศ. ขอได้ราว 3 หมื่นกว่าล้านบาทนั้น ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความเห็นให้ตัดงบตามที่ขอไป ซึ่งงบดังกล่าวจะเพียงพอต่อการปล่อยกู้ให้กับนักเรียนนักศึกษาได้อย่างครอบคลุม” น.ส.ฑิตติมา กล่าว
น.ส.ฑิตติมา กล่าวอีกว่า การชำระหนี้ของนักเรียนและนักศึกษาถือว่าปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก กยศ.ได้เร่งรณรงค์ทั่วประเทศผ่านโครงการต่างๆ ที่เปิดให้สามารถเข้ามาชำระหนี้ ซึ่งจะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้ เป็นต้น ทำให้ในปี 2558 มีวงเงินกลับเข้ามาในกองทุนแล้ว 1,750 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1,070 ล้านบาท โดยในปีนี้ กยศ.ได้ตั้งเป้าหมายการชำระหนี้คืนอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ยอดฟ้องร้องผู้กู้ยืมที่ไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความในโครงการไกล่เกลี่ย หรือถูกดำเนินคดีของปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ประมาณ 1 แสนราย เพิ่มขึ้นจากงบประมาณที่ผ่านมา 2 หมื่นราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ค้างชำระเงินกองทุน กยศ.สะสม และไม่มีวงเงินพอที่จะจ่ายเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธนาคารกรุงไทยได้ทำจดหมายถึงผู้ค้ำประกันของผู้กู้ยืมเงินกองทุน กยศ. ที่ค้างชำระหนี้ 301-1,461 วัน มีจำนวน 1 แสนราย ให้มาชำระหนี้ภายในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ซึ่งหากไม่มาดำเนินการติดต่อจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ที่กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่อยู่ที่ 4.5 ล้านราย คิดเป็นวงเงินรวม 4 แสนล้านบาท ซึ่งช่วงเดือน ก.ค.นี้ กองทุน กยศ.จะมีผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระ เงินคืน 2.9 ล้านราย หรือคิดเป็นวงเงินรวม 8 หมื่นล้านบาท โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ชำระเพียง 50% จากผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเงินเท่านั้น
น.ส.ฑิตติมา กล่าวว่า ส่วนผู้กู้ยืมเงิน กยศ.ที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกในวันที่ 5 ก.ค.นี้ มีประมาณ 2.4 แสนราย โดยผู้กู้ยืมจะต้องเสียดอกเบี้ย 1% ต่อปี ของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป และจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 ก.ค.ทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี จากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
สำหรับในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตรา 12% ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตรา 18% ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมดกรณีที่ค้างชำระเกิน 12 เดือน
นอกจากนี้ กยศ.อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เพื่อนำข้อมูลประวัติการชำระเงินของลูกหนี้ กยศ.บันทึกในระบบเครดิตบูโรภายในปี 2561







