
แอร์ไลน์ร้องบพ. เร่งแก้ SSC-ปลดธงแดง
แม้ว่าองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะปักธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์
แม้ว่าองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะปักธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนสร้างความตื่นตระหนกต่ออุตสาหกรรมการบินของไทย เพราะจะเปิดช่องให้องค์กรกำกับดูแลด้านการบินใน 191 ประเทศภาคีสมาชิก ICAO พิจารณาสั่งห้ามสายการบินจากไทยบินเข้าประเทศได้ทุกเมื่อ
“การขึ้นสถานะหรือที่เรียกว่าการปักธงแดง ความจริง ICAO เขาปักมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 แล้ว เพียงแต่จะเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เมื่อครบ 90 วัน ICAO จะต้องประกาศการปักธงแดงให้สาธารณะรับทราบ แต่ไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ กับสาธารณะ และ ICAO ขอให้ไทยแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ตามแผนงานที่กำหนดต่อไป เพื่อแสดงให้ประเทศต่างๆ เห็นถึงความจริงจังและความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาของไทย ซึ่งจะส่งผลด้านบวกต่อไทย” อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม แถลงเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2558
อาคม ย้ำว่า แม้ไทยจะถูกขึ้นสถานะว่าติด SSC แต่สายการบินจากไทยยังคงบินได้ตามปกติ เพียงแต่ห้ามเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเพิ่มเส้นทางบิน ขณะที่ขั้นตอนจากนี้ไปกรมการบินพลเรือน (บพ.) และผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดจะเริ่มกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC re-certification) ให้กับสายการบินของไทยที่ทำการบินระหว่างประเทศ 28 สายการบินให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. และคาดว่าจะเชิญ ICAO เข้ามาตรวจสอบวันที่ 9 ก.ย.นี้
“ธงแดงจะยังอยู่จนกว่า ICAO จะเข้ามาตรวจสอบและพอใจ จึงจะยกเลิกธงแดง ถามว่าตอนนี้เราสอบตกหรือเปล่า อย่าพูดว่าสอบตก เพราะเรากำลังสอบอยู่ และ ICAO แสดงความตั้งใจช่วยเหลือไทยเต็มที่ เหมือนอาจารย์สอนหนังสือที่ต้องมีการติวกันบ้าง” อาคม ระบุ
สำหรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินนั้น อาคม กล่าวว่า การดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ แผนระยะสั้น คือ การจัดทำแผนแก้ไข (CAP) รวมทั้งการเตรียมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมเกือบทั้งหมดแล้ว โดยจากนี้จะเริ่มเข้าไปตรวจสอบการออกใบอนุญาตต่างๆ ของสายการบิน เพื่อปลดธงแดง
ถัดมาระยะที่ 2 จะเป็นช่วงปรับโครงสร้าง บพ. และปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด ก่อนจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 เข้าไปดำเนินการให้เสร็จภายในปลายปี ขณะที่แผนระยะยาวจะเป็นการวางยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน
“ไม่มีประเทศไหนใช้เวลาเพียง 90 วัน แก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด และเราไม่เคยบอกว่าจะแก้ SSC ให้เสร็จใน 90 วัน ส่วนที่สำนักงานบริหารการบินสหรัฐ (FAA) จะเข้ามาตรวจสอบไทย FAA บอกว่าเรื่องของ ICAO จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เพราะ FAA มีอิสระในการตัดสินใจเอง” อาคม กล่าว
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ระบุว่า ขณะนี้ บพ.จัดทำคู่มือการตรวจสอบการบินให้เป็นไปตามมาตรฐาน ICAO เสร็จแล้ว และจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีมลงตรวจสอบการออกใบอนุญาตต่างๆ ของสายการบินให้เสร็จกลางเดือน ต.ค.นี้ ส่วนวันที่ 25 มิ.ย.ต้องติดตามว่าสำนักงานบริหารการบินของสหภาพยุโรป (EASA) จะแถลงท่าทีต่อไทยอย่างไร
ขณะที่ จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ต้องการให้ บพ.เร่งแก้ไข SSC โดยเร็วเพื่อปลดธงแดง หากยิ่งล่าช้าจะทำให้อุตสาหกรรมการบินของไทยมีความเสี่ยง เพราะสายการบินจากประเทศไทยจะเพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มจุดบินไม่ได้จนกว่าจะปลดธงแดง และที่ผ่านมาสายการบินของไทยถูกสุ่มตรวจมาตรฐานความปลอดภัยจากประเทศปลายทางถี่ขึ้น
“ปกติการบินไทยจะโดนสุ่มตรวจมาตรฐานที่ปลายทางเฉลี่ย 3 ครั้ง/เดือน แต่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้โดนสุ่มตรวจเฉลี่ย 50 ครั้ง/เดือน จึงจำเป็นต้องปลดธงแดงให้เร็วที่สุด” จรัมพร ระบุ
เดวิด ศรีชัยอุดม ประธานกรรมการและซีอีโอ บริษัท การบินเอเชียน ผู้ให้บริการสายการบินเช่าเหมาลำเอเชียนแอร์ ระบุว่า การที่ไทยถูกปักธงแดง ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถเพิ่มเส้นทางบิน และเพิ่มเที่ยวบินได้ จนมีข้อจำกัดในการบินไปเมืองต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป โดยตั้งแต่เดือน ก.พ.จนถึงปัจจุบัน บริษัททำการบินได้เพียง 12 ไฟลต์/เดือน จากปกติ 16 ไฟลต์/เดือน หรือลดลง 18-20%
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า อินโดนีเซียยังไม่อนุญาตให้สายการบินแบบเช่าเหมาลำจากประเทศไทยบินเข้าประเทศมา 3-4 เดือนแล้ว แม้จะได้รับการจัดสรรสิทธิเส้นทางบินจาก บพ.แล้ว เนื่องจากไทยติด SSC







