
ทันสถานการณ์
จับตาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม
จับตาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม
นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มาจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มบรรจุขวดจากต่างประเทศมาจำหน่ายใน จ.นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล กระบี่ ตรัง และพังงา ในราคาขายปลีกบรรจุถุงหรือขวดลิตรละ 30-36 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันพืชปาล์มที่ผลิตในประเทศขายปลีกถุงหรือขวดลิตรละ 40-42 บาท ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วผลิตภัณฑ์บรรจุปาล์มน้ำมันไม่มีการอนุญาตให้นำเข้า
ดังนั้น ทาง กนป.จึงได้สั่งการให้กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดและปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มอย่างเคร่งครัดและรายงานให้ กนป.ทราบทุก 15 วัน
ขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 27.50–28 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดมาเลเซีย 2,270 ริงกิต/ตัน หรือกิโลกรัมละ 20.81 บาท
ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เต็มสูบ
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโรงไฟฟ้า และโครงการท่าเทียบเรือ ล่าสุดได้นำสรุปความคิดเห็นจากภาคประชาชนมาปรับปรุงและทำเรื่องส่งไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่ได้มีการขอข้อมูลเพิ่มเติม 400 ข้อ ซึ่ง กฟผ.กำลังรวบรวมรายละเอียดเพื่อที่จะตอบคำถามทั้งหมดส่งกลับไปใหม่โดยเร็ว
“มั่นใจว่าขั้นตอนต่างๆ จะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน หรือภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติ เพราะไทยจะต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงที่อิงก๊าซมากไป และหากดูตามแผนถ่านหินมีการผลิตเพียง 7,300 เมกะวัตต์ แต่พลังงานทดแทนมีถึง 1.9 หมื่นเมกะวัตต์” นายสหรัฐ กล่าว







