posttoday
เพิ่ม BTS เข้าพอร์ต

เพิ่ม BTS เข้าพอร์ต

12 มิถุนายน 2558

ประเทศไทยกําลังตั้งหลักสู่การปฏิรูปครั้งใหญ่ ซึ่งมีผลระยะสั้นทําให้เศรษฐกิจชะลอ แต่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต

โดย...บล.ธนชาต-บล.กรุงไทย

ประเทศไทยกําลังตั้งหลักสู่การปฏิรูปครั้งใหญ่ ซึ่งมีผลระยะสั้นทําให้เศรษฐกิจชะลอ แต่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต มองว่ามาถูกทางที่จะนําประเทศกลับไปสู่ระดับอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ปกติ และไม่ขึ้นๆ ลงๆ รุนแรงเหมือนในอดีต ด้วยพื้นฐานประเทศที่ดีขึ้น การไม่มีหุ้นเป็นความเสี่ยง และแนะนําให้เลือกหุ้นสวนเศรษฐกิจได้ ดังนั้น จึงนําหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) กลับเข้าพอร์ต

ทั้งนี้ เชื่อว่าประเทศไทยผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่น่าผิดหวังแต่เป็นจุดเข้าซื้อเพื่อรอปีต่อไปที่ดีขึ้น

2558-2559 = วางรากฐานเพื่อการปฏิรูป ประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่กับจีนถือเป็นการกระตุ้นที่สําคัญ ทำให้การท่องเที่ยวเฟื่องฟู คาดจีดีพีเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6%

2560-2561 = เริ่มใช้จ่ายจริงในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ราคาสินค้าเกษตรฟื้นตัว (การส่งออก การบริโภค) การเติบโตต่างจังหวัดเริ่มกลับมา คาดจีดีพีเฉลี่ยอยู่ที่ 4.6%

2562-2563 = จุดสูงสุดของการใช้จ่ายในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ภาวะหนี้สินของผู้บริโภคกลับสู่ปกติ ราคาสินค้าเกษตรฟื้นตัว โครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นเศรษฐกิจบริการเริ่มเห็นผล คาดจีดีพีเฉลี่ยอยู่ที่ 5.3% โดยมองการเมืองมีเสถียรภาพในทุกช่วงเวลา

ประเทศไทยกําลังเริ่มต้นการปฏิรูปครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสร็จสมบรูณ์ เพราะปัญหาที่ฝังรากลึกมาเป็นเวลากว่าทศวรรษครึ่ง

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปอาจไม่ถูกใจใครหลายคนเพราะทําให้เศรษฐกิจชะลอตัวและรายได้ลดลง ในขณะที่ปัญหาก็ยังคงไม่หายไป โดยการปฏิรูปที่สําคัญ ได้แก่ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ เงินอุดหนุนจากภาครัฐและการทุจริตคอร์รัปชั่นสําหรับการเมือง

บล.ธนชาตมองว่าจะมีเสถียรภาพต่อเนื่องในอนาคต แม้จะมีหรือไม่มีการเลือกตั้งก็ตาม (อย่างเร็วสุดในปลายไตรมาส 3/2559)

“เราคาดว่าสภาพคล่องจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง (สภาพคล่องส่วนเกินยังคงอยู่ที่ 20% ของจีดีพี) และด้วยการเติบโตกําไรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จึงไม่คาดว่าตลาดจะถูกทบทวนและเป้าดัชนีหุ้น ณ ปีนี้ที่ 1,700 จุด เป็นระดับที่ไม่สูง

แม้จะผิดหวังต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจจับตาดูตลาดไทยอย่างใกล้ชิด และมองว่านักลงทุนกังวลกับเศรษฐกิจที่โตช้า แต่ก็กลัวความเสี่ยงที่จะไม่ลงทุนในช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ เริ่มดีขึ้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นไปที่ 1) กลุ่มที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยว เนื่องจากมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน 2) หุ้นขนาดใหญ่ หุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และปัจจุบันกระตุ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2558 3) หุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศมากนัก และได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อน และ 4) หุ้นที่มีการเติบโตสวนเศรษฐกิจโดยรวมได้

บล.กรุงไทยคาดว่าผลการดำเนินงานปกติในปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) ของ BTS จะมีกำไร 2,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 9% จากปี 2558 เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับสองปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก โดยการเติบโตหลักๆ จะมาจากธุรกิจขนส่งมวลชน

ขณะที่คาดกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปี 2559 (เม.ย.-มิ.ย. 2558) จะเติบโตสูง เนื่องจากคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจำนวน 2,300-2,500 ล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ให้กับบริษัท ยู ซิตี้ (u) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ BTS เข้าไปถือหุ้นใน U 35.64%

ดังนั้น จึงแนะนำซื้อประเมินราคาเป้าหมายที่ 11 บาท โดย BTS ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) จะอยู่ที่ 7.2% รวมถึงคาดว่าภายในงบการเงินปีนี้จะมีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีเขียวสายใต้ และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีเขียวสายเหนือ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ