
‘อารยา คงสุนทร’ เชื่อหลักทฤษฎีบริหารสู่โลกการปฏิบัติ
“อารยา คงสุนทร”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE ) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจร อายุ 48 ปี และคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 3 นี้
“อารยา คงสุนทร”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE ) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจร อายุ 48 ปี และคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 3 นี้
ผู้บริหารหญิงคนนี้ เธอจบปริญญาตรี คณะบัญชี สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเริ่มทำงานในสายงานที่เรียน แต่ไม่นานรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางที่ชอบ และเริ่มที่ทำงานใหม่กับสายการเดินเรือบริษัทสัญชาติเดนมาร์กที่เข้ามาเปิดออฟฟิศที่กรุงเทพฯ ในฝ่ายบริการลูกค้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เธอได้ทำงานหลากหลาย ตั้งแต่เริ่มรับโทรศัพท์ การประสานงาน ติดต่อลูกค้าต่างประเทศ
จากนั้นก็เปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายขายของบริษัทสายเดินเรือทั้งในยุโรปและญี่ปุ่น แต่ทั้ง 3 แห่ง ที่เธอทำมาภายใน 5-6 ปี ได้รับผิดชอบฝ่ายขายที่ขนส่งสินค้าไปยังสหรัฐตลอด จนถือว่าได้รู้จักตลาด ลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรม ที่สำคัญคือ รู้จักบริหารจัดการส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์เป็นอย่างดี ซึ่งตอนนั้นถือว่ามีคนทำงานสายงานนี้อยู่น้อย
จนได้รับการชักชวนให้ออกมาทำธุรกิจเองโดยร่วมทุนกับบริษัท ไวส์กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นชาวฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในสหรัฐ ด้วยอายุเพียง 28 ปี ทำให้เธอเริ่มได้รู้จักเครือข่ายและลูกค้าต่างประเทศ การทำธุรกิจที่เป็นมาตรฐานสากล และบริษัทก็เริ่มมีกำไรตั้งแต่เปิดบริษัทมา 2 ปี อีกทั้งยังมีผลประกอบการที่ดีสวนทางกับคนอื่นที่ต่างเจอพิษวิกฤตต้มยำกุ้ง อาจเป็นเพราะบริษัทอยู่ในช่วงที่อุตสาหกรรมส่งออกสินค้ากำลังบูมโดยไปยังสหรัฐ ก่อนเริ่มกระจายไปประเทศอื่นเหมือนปัจจุบัน
วันหนึ่งที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติให้เลือกว่าจะเอาบริษัทเข้าตลาด หลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือให้เธอซื้อหุ้นในส่วนต่างชาติไปทั้งหมด จึงเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เธอตัดสินใจเลือกมาดำเนินธุรกิจเองถึงทุกวันนี้ เพราะมั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักบริหารจัดการต้นทุนของตัวเอง และให้บริการกับลูกค้าอย่างเต็มที่ เพราะถึงตอนนั้นลูกค้ายอมให้จ่ายค่าพรีเมียมเอง รวมถึงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ผ่านมาก็ต้องรู้จักปรับตัวกระจายความเสี่ยงทำโลจิสติกส์ได้ทั้งทางอากาศ ทางเรือ และในอนาคตน่าจะขยายไปสู่ทางบกมากขึ้น
สำหรับมุมมองการทำงาน เธอมองว่าการเติมความรู้ให้ตัวเองตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมายังมีเวลาไปเรียนต่อปริญญาโทการจัดการ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และล่าสุดเพิ่งเป็นน้องใหม่เรียนปริญญาเอกเพื่อเรียนรู้การพัฒนาธุรกิจที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยเชื่อว่าหลักทฤษฎีสามารถนำมาปรับใช้ต่อหลักการบริหารได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมาก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นผลได้เป็นอย่างดี รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้บริหารไปอบรมฟังสัมมนาอยู่สม่ำเสมอ และใครไปอบรมอะไรมาก็ต้องมาสื่อสารและปรับใช้กับบุคลากรในองค์กรให้ได้ เพราะอุตสาห กรรมนี้การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่่งสำคัญเพราะคนมีน้อย เพียงแต่ต้องมีวิธีคิดที่ดีควบคู่ไปกับการบริหารจัดการและแบ่งเวลาตัวเองให้ดีด้วย







