
ค้าปลีกอินโดฯ
ตลาดดาวรุ่งพุ่งแรงอันดับต้นๆ ในอาเซียน มี “อินโดนีเซีย” ติดอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งในสายตาของบริษัทค้าปลีกระดับโลกแล้ว ที่นี่คือตลาดยอดนิยมอันดับ 12 ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 30 แห่ง ที่เป็นมิตรกับธุรกิจค้าปลีกมากที่สุด
ตลาดดาวรุ่งพุ่งแรงอันดับต้นๆ ในอาเซียน มี “อินโดนีเซีย” ติดอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งในสายตาของบริษัทค้าปลีกระดับโลกแล้ว ที่นี่คือตลาดยอดนิยมอันดับ 12 ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 30 แห่ง ที่เป็นมิตรกับธุรกิจค้าปลีกมากที่สุด
เอ.ที.เคียร์นีย์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร ได้จัดทำดัชนีการพัฒนาค้าปลีกโลก ประจำปี 2558 โดยจัดอันดับประเทศจากการพิจารณาด้านต่างๆ ได้แก่ ความดึงดูดใจ ความเสี่ยง ความอิ่มตัว และอัตราการขยายตัวของตลาด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจค้าปลีกควรจะเข้าไปบุกตลาดหรือขยายธุรกิจรวดเร็วแค่ไหน
รายงานนี้ได้อธิบายถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีเสน่ห์สำหรับธุรกิจ คือ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ การขยายธุรกิจค้าปลีกไปยังหัวเมืองรองมากขึ้น และคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งตลอดช่วงหลายปีในอนาคต
แต่ยังมีความท้าทายหลักๆ คือ โครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีจำกัด ซึ่งทำให้ต้นทุนในการกระจายสินค้าสู่ตลาดสูงขึ้น
จอห์น เคิร์ซ ผู้บริหารของ เอ.ที.เคียร์นีย์ อินโดนีเซีย อธิบายว่า การจราจรกรุงจาการ์ตาที่ขึ้นชื่อด้านไม่ดีเป็นอุปสรรคหนึ่งสำหรับนักช็อป ขณะที่ในส่วนของผู้ค้าปลีกที่พยายามนำสินค้าจากทั่วโลกผ่านท่าเรือเข้ามาขายในประเทศก็ต้องเจอกับปัญหามาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี และปัญหากับเจ้าหน้าที่ศุลกากรอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคเหล่านี้ได้ทำให้เกิดช่องทางใหม่ๆ ของการค้าปลีก ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็วในแดนอิเหนา
ซิงก์โพสต์ บริษัทโลจิสติกส์ของสิงคโปร์ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว มีชาวอินโดนีเซียซื้อสินค้าออนไลน์ประมาณ 5.9 ล้านคน จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศราว 75 ล้านคน
ขณะที่สมาคมอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซียคาดว่ามูลค่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จาก 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2557 เป็น 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2559 ขณะที่ยอดค้าปลีกปีที่แล้วอยู่ที่ 3.26 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเล็กน้อยจาก 3.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2556
รายงานฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันโอกาสการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกที่เป็นร้านค้าจริงอยู่ในยุครุ่งโรจน์ที่สุด ผู้บริโภคต้องการแบรนด์ระดับโลกมากขึ้น มีการพัฒนาย่านช็อปปิ้งใหม่ๆ ภาคอสังหาริมทรัพย์มีสินค้าอยู่ในตลาดเพียงพอในราคาที่
เอื้อมถึง
ดังนั้น จึงเชื่อว่าตลาดอินโดนีเซียยังมีแนวโน้มที่ดีในระยะกลาง







