
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ช.ชดา
โดย...ช.ชดา
ปรากฏการณ์กระเป๋าแฟบของกระทรวงการคลัง จะเริ่มออกอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการปรับแผนลงทุนเมกะโปรเจกต์ใหม่ บางโครงการให้เอกชนลงทุนเองทั้งหมด บางโครงการใช้ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนแบบพีพีพี การจะตัดสินทรัพย์บางส่วนที่เป็นหุ้นที่คลังถืออยู่ออกมา หรือแม้กระทั่งการไม่เพิ่มการค้ำประกันธุรกิจเอสเอ็มอีให้ตามที่ภาคเอกชนร้องขอความช่วยเหลือมา
หลายเรื่องดูไปแล้วไม่ใช่รัฐไม่อยากช่วย แต่เป็นเพราะไม่มีเงินมากพอที่จะไปทำอะไรได้มากมาย และยิ่งต้องลงทุนช่วงที่รัฐบาลไม่มีเงินให้ระวังการทำสัญญาเสียเปรียบเอกชน ที่เรียกกันเก๋ๆ ว่า เสียค่าโง่ เพราะสุดท้ายค่าโง่นี่ก็ไม่พ้นประชาชนทั้งประเทศต้องจ่าย
สถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ขอบอกว่า เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะสะท้อนภาพความขัดแย้งให้เสียภาพลักษณ์รัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บิ๊กตู่ ขวัญใจของ ช.ชดาคงรู้ดีว่าปรับทีมเศรษฐกิจก็ไม่ได้ช่วยอะไร หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่ชัดเจนว่าจะฟื้นหรือจะฟุบ
สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่จะต้องขอเตือนคุณผู้อ่านและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี การหลอกลวง ฉ้อโกง ต้มตุ๋น ทางด้านการเงินจะมีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ หนี้นอกระบบ สิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันของประชาชนได้คือ ความรู้ทางด้านการเงิน ที่จะต้องพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนเพิ่มขึ้นให้ได้
เห็นธนาคารออมสินออกโฆษณาด้านภาพลักษณ์แล้วขอบอกว่าใช้ได้ แต่ไม่อยากเห็นแบงก์ออมสินเก็บค่านับเหรียญกับเด็กที่นำเอากระปุกออมสินมาแคะฝาก ไหนๆ ก็ซื้อเครื่องนับเหรียญมาใช้ในหลายสาขาแล้ว ก็ใช้ให้ครบทุกสาขาก็น่าจะดีไหมคะ ท่านผู้อำนวยการชาติชาย พยุหนาวีชัย
ยามนี้เห็นที "หม่อมอุ๋ย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ เศรษฐกิจ ต้องร้องเพลง คราวนี้ทำใจลำบาก เพราะผู้สมัครเป็นเอ็มดี เอ็กซิมแบงก์ ทั้ง น้ำผึ้ง วงศ์สมิทธิ์ และ สมพร จิตเป็นธม ล้วนเป็นลูกหม้อของแบงก์และเป็นลูกน้องเก่าทั้งคู่ งานนี้ต้องมีคนใดคนหนึ่งที่เสียใจ
แต่ถ้าถามคนในส่วนใหญ่แสดงทีท่าจะชื่นชอบสมพรมากกว่านิดนึง เพราะอยู่แบงก์นานกว่า







