posttoday
สบช่องบุกชาติมุสลิม ลงทุนผลิต-ธุรกิจบริการรุ่ง

สบช่องบุกชาติมุสลิม ลงทุนผลิต-ธุรกิจบริการรุ่ง

08 มิถุนายน 2558

มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน จัดเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่หากลองเจาะลึกแล้วจะเห็นโอกาสที่บรรดาผู้ประกอบการอาเซียนไม่ควรพลาด

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน จัดเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่หากลองเจาะลึกแล้วจะเห็นโอกาสที่บรรดาผู้ประกอบการอาเซียนไม่ควรพลาด

มาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานเสวนาในหัวข้อ "มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-บรูไน : ตลาดพิเศษเกรดไม่ธรรมดา" ว่า ตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มีลักษณะเฉพาะคือ เป็นตลาดสินค้ามุสลิมขนาดใหญ่ที่คนมีกำลังซื้อ ทั้งสินค้าและบริการที่นำเสนอจะต้องมีการรับรองฮาลาล

สำหรับบรูไน ที่เดิมอาศัยรายได้จากน้ำมันเป็นหลัก ได้หันมาพึ่งพาธุรกิจอื่นมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจบริการ จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งธุรกิจโรงแรม การสร้างสถานที่ท่องเที่ยว หรือเส้นทางการท่องเที่ยว โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางและกระจายการท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงธุรกิจโรงพยาบาล

ขณะที่อินโดนีเซีย ที่มีปัญหาการกระจายสินค้า ผู้ประกอบการสามารถใช้เครือข่ายของร้านสะดวกซื้อเป็นผู้กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ   ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ประกอบการค้าปลีกของอินโดนีเซียในการจัดซื้อสินค้าไทยเข้าไปจำหน่าย ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวก และเป็นโอกาสสำหรับเอสเอ็มอีไทย

"เรื่องกฎระเบียบที่ซับซ้อนหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งเหล่านี้ต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องอย่ากลัว เพราะกฎระเบียบก็ถูกปรับใช้กับทุกคน เมื่อขึ้นสู่เวทีแล้วทุกคนเท่าเทียมกันหมด หากกลัวก็จะไม่เห็นโอกาส" มาตยวงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องเปลี่ยนทัศนคติ อย่าเน้นแค่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองโอกาสอื่นๆ ด้วย เช่น แสวงหาวัตถุดิบราคาถูก จะต้องใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์จากการเปิดเสรีให้ครบถ้วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

วิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นบริษัทเครื่องดื่ม ความท้าทายในการทำตลาดทั้งสามประเทศนี้ คือการนำสินค้าที่เหมาะสมเข้าสู่ตลาด โดยหลักๆ ได้นำเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ไปจำหน่าย ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มสูงมาก ทั้งชาเขียว เครื่องดื่มเกลือแร่ ส่วนเบียร์จะจำหน่ายในบางประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้ มองว่าบรูไนเป็นตลาดที่ยากที่สุด เนื่องจากมีขนาดเล็ก ส่วนอินโดนีเซียมีปัญหาโลจิสติกส์ เพราะภูมิประเทศเป็นเกาะ เป็นอุปสรรคต่อการกระจายสินค้า ซึ่งบริษัทจะเน้นส่งสินค้าเข้าเมืองหลวง  ก่อนกระจายไปยังเมืองต่างๆ ขณะที่มาเลเซีย บริษัททำงานด้านการตลาดและการกระจายสินค้าร่วมกับบริษัท เอฟแอนด์เอ็น ที่บริษัทถือหุ้นอยู่

สำหรับปี 2563 บริษัทตั้งเป้าจะสร้างรายได้จากสินค้าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ให้มีสัดส่วน 50% ของรายได้รวม โดยได้เร่งนำสินค้าบุกตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว คือ การซื้อกิจการ  เช่น การซื้อบริษัท เอฟแอนด์เอ็น ที่มีสินค้าซึ่งครองตลาดอยู่แล้ว และมีระบบกระจายสินค้าที่เข้มแข็งที่สุด สามารถเดินหน้าทำตลาดต่อเนื่องได้ทันทีหลังซื้อกิจการ

"การเข้าตลาดหลังคนอื่นต้องใช้วิธีลัด ซึ่งเราเลือกการซื้อกิจการ ที่ผ่านมาเอฟแอนด์เอ็นช่วยให้ไทยเบฟมีส่วนแบ่งตลาดระดับดีในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์" วิเชฐ กล่าว

นอกจากนี้ การบุกตลาดใหม่บริษัทจะต้องศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เพื่อดูทิศทางในอนาคต หากธุรกิจที่ทำตรงกับแนวทางดังกล่าวจะยิ่งส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุน เช่น มาเลเซียเน้นดึงดูดการลงทุนเป็นโอกาสให้เข้าไปลงทุนผลิตสินค้า อินโดนีเซียตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และการเพาะปลูก ผู้ที่อยู่ในธุรกิจเหล่านี้ควรจะเข้าไปลงทุน และบรูไนมีแผนเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางทะเลร่วมกับจีน เป็นต้น

จากมุมมองเหล่านี้คงเห็นแล้วว่า ชาติมุสลิมในอาเซียนมีโอกาสดีๆ รออยู่อีกมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการรายใดจะมองเห็นช่องทาง และเตรียมตัวคว้าโอกาสได้ดีกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ