
โตสวนศก.ชะลอ ข้อมูลต้องแน่น
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมายอมรับว่าช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่อีกหลายกลุ่มธุรกิจทั้งรับเหมาก่อสร้าง สายการบิน สินค้าอุปโภคบริโภค ต่างก็พร้อมใจกันออกมายืดอกรับกับสถานการณ์ที่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คิดไว้
ด้วยเหตุนี้เองภาคธุรกิจจึงต้องทำตัวเองให้พร้อมกับปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อาจจะฟื้นตัวต่ำกว่าคาดในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือนี้
ขณะที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการที่อยู่อาศัยอย่าง “พฤกษา เรียลเอสเตท” กลับยังมียอดขายที่เติบโตเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ สวนทางกับบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังซึม รวมทั้งสวนทางกับอีกหลายๆ เจ้าที่ยอดขายลด และยังพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเปิดตัวโครงการใหม่อีกกว่า 40 โครงการตามแผนที่วางไว้ หลังจากที่ได้ทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ครึ่งปีแรกไปแล้วกว่า 30 โครงการ
เลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พฤกษาฯ มียอดขาย 4,200 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายรวม 5 เดือน แตะ 1.95 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้มากแล้ว โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครึ่งปีแรกพฤกษาฯ ยังสามารถเติบโตได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ได้ตามเป้าหมายรวมทั้งการกระจายโครงการเจาะทุกระดับราคา
“ไตรมาสแรกพฤกษาฯ เปิดโครงการใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.52 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 2 ก็ยังคงเปิดต่อเนื่องอีก 9,000-1.1 หมื่นล้านบาท ถึงตอนนี้มีสินค้าที่มีขายอยู่ในมือ 8.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดขายยังเติบโตได้สูงกว่าเป้า” เลอศักดิ์ กล่าว
กลยุทธ์สำคัญที่นอกเหนือไปจากการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ๆ นั่นก็คือ การรู้ข้อมูลรอบด้านของทีมผู้บริหาร ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพาองค์กรให้ยังสามารถเติบโตท่ามกลางวิกฤตได้ โดยข้อมูลรอบด้านที่กล่าวถึงไม่ใช่แค่เพียงข้อมูลในประเทศเท่านั้น แต่ต้องรู้ข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจโลก เช่น รู้ว่ายุโรปจะฟื้นหรือไม่ กรีซจะเป็นอย่างไรต่อไป ประเทศคู่ค้าของไทยเป็นอย่างไร และต้องวิเคราะห์ด้วยว่าจะมีผล อย่างไรกับไทย เพื่อเรียนรู้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะส่งผลอย่างไรกับไทย
การวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจโลก เพราะไทยพึ่งพิงการส่งออกมากถึง 70% ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นถ้าเศรษฐกิจโลกดี ส่งออกของไทยก็มีโอกาสดีด้วย แต่ถ้าไม่ดีจะมีผลกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร ต่อจากนั้นก็วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ องค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดมีปัจจัยอะไรบ้าง ทั้งนโยบายภาครัฐ นโยบายการเงินของประเทศ สถานการณ์เชิงบวกเชิงลบต่อเศรษฐกิจ วิเคราะห์ภาพรวมของรัฐบาล ดูกฎหมายรัฐธรรมนูญจะเป็นยังไง ดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร การใช้จ่ายของภาครัฐนับจากนี้จะเป็นอย่างไร ต่อจากนั้นให้วิเคราะห์อุตสาหกรรมของตัวเอง วิเคราะห์ข่าวคู่แข่งทั้งหมด แผนต่างๆ ของคู่แข่ง ฯลฯ
เลอศักดิ์ กล่าวว่า ทีมบริหารจะต้องให้เวลากับการศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้รอบด้านและต้องอัพเดทต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พร้อมกับวิเคราะห์สถานการณ์ขององค์กรตัวเองไปด้วย โดยหากเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องดูว่าโครงการใดขายดี โครงการใดยังขายไม่ดี และเพราะเหตุใดถึงยังขายไม่ดี จะแก้ไขอย่างไร ปรับตัวได้อย่างไร
ทางด้าน พฤกษาฯ พยายามแก้ด้วยการก่อสร้างให้เร็ว โดยปัจจุบันบ้านแนวราบของพฤกษาฯ ใช้เวลาก่อสร้างเสร็จภายใน 87 วัน จากต้นปีที่แล้วอยู่ที่ 146 วัน ซึ่งบ้านพร้อมอยู่จะทำให้ขายได้เร็ว เพราะคนที่ต้องการบ้าน เมื่อเห็นบ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะมีความรู้สึกที่ต้องการเข้ามาอยู่อาศัยมากกว่าบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ และบ้านที่สร้างเสร็จพร้อมโอน ลูกค้าก็จะกู้เลย จะรู้ว่ากู้ได้หรือไม่ได้ ดีกว่าขายไป 6-12 เดือนแล้วถึงเวลานั้น ลูกค้าเอาเงินไปทำอย่างอื่น กู้บ้านไม่ได้แล้ว เป็นต้น
วิธีคิดในการทำงานที่ต้องเรียนรู้ข้อมูลรอบด้านดังกล่าว ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด ก็สามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ได้ โดยจากประสบการณ์ที่เคยเป็นนายแบงก์มา การศึกษาข้อมูลรอบด้านมีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจพาองค์กรไปในทิศทางใด เหมือนการศึกษาแบบรู้เขารู้เรา ก็มีโอกาสที่จะยังเติบโตได้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร







