
ธุรกิจขนาดกลางผงาด
ก่อนหน้านี้หากกล่าวถึงการเติบโตที่ร้อนแรงของเศรษฐกิจเอเชียย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหยิบยกเอาความสำเร็จอย่างงดงามของธุรกิจข้ามชาติจากแดนตะวันออก อย่างโตโยต้าของญี่ปุ่น ซัมซุงของเกาหลีใต้ หรือแม้แต่เสี่ยวหมี่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังของจีน ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลในแต่ละปี
ก่อนหน้านี้หากกล่าวถึงการเติบโตที่ร้อนแรงของเศรษฐกิจเอเชียย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหยิบยกเอาความสำเร็จอย่างงดงามของธุรกิจข้ามชาติจากแดนตะวันออก อย่างโตโยต้าของญี่ปุ่น ซัมซุงของเกาหลีใต้ หรือแม้แต่เสี่ยวหมี่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังของจีน ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลในแต่ละปี
แน่นอนว่าธุรกิจรายใหญ่เหล่านี้ยังยึดครองตลาดด้วยการวางโครงสร้างธุรกิจและระบบกระจายสินค้าที่มั่นคงไว้หมดแล้ว จนเป็นเรื่องยากที่ธุรกิจรายใหญ่และธุรกิจขนาดกลางจะก้าวขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าตลาดรายเดิมได้
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในยุคที่ความเร็วคือข้อได้เปรียบ ขนาดของบริษัทไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไปสำหรับโอกาสทางเศรษฐกิจในเอเชีย แต่เป็นความคล่องแคล่วว่องไวต่างหากที่ทำให้จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในปัจจุบัน แน่นอนว่าสิ่งนี้กลายเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางก้าวขึ้นมาผงาด
เบน ซิมป์เฟนโดเฟอร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ “ซิลค์ โรด แอสโซซิเอเอส” บริษัทที่ปรึกษาการขยายธุรกิจในเอเชียและตะวันออกกลาง กล่าวว่า ยุคนี้คือยุคทองของธุรกิจขนาดกลางในเอเชียอย่างแท้จริง
ในประการแรก ซิมป์เฟนโดเฟอร์ ให้เหตุผลว่าเอเชียเป็นทวีปที่มีเมืองใหญ่อย่างน้อย 250 เมือง ที่มีระดับประชากรอาศัยอยู่ 1 ล้านคน ซึ่งถือว่าสูงกว่าในสหรัฐถึง 5 เท่า อีกทั้งยังมีชนชั้นกลางที่กำลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เมืองใหญ่อย่างเสิ่นเจิ้น กว่างโจว ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของจีนมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันราว 6.05 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 20.3 ล้านล้านบาท) เท่ากับว่า 5 ล้านครัวเรือนที่มีรายได้อย่างน้อย 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 50.5 แสนบาท) ต่อปี
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่เยอะ แต่สำหรับธุรกิจขนาดกลางที่มีรายได้อยู่ที่ราว 50-100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,370 ล้านบาท) ต่อปี การได้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ การปฏิวัติดิจิทัลในเอเชียยังถือเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าซึ่งนิยมช็อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้นอีกด้วย โดยตลาดการค้าออนไลน์ในเอเชียมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทั้งเครื่องสำอางจากญี่ปุ่นไปจนถึงผลไม้อบแห้งจากออสเตรเลีย
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในอินโดนีเซียซึ่งแต่ก่อนเคยรับลูกค้าเฉพาะในรอบ 100 กม.เท่านั้น แต่ด้วยตลาดบนโลกออนไลน์ทำให้ธุรกิจดังกล่าวสามารถขายของได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว” ซิมป์เฟนโดเฟอร์ กล่าว
แน่นอนว่าโอกาสที่เพิ่มย่อมนำพามาซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในการสร้างความแข็งแกร่งและความโดดเด่นให้กับแบรนด์บนโลกออนไลน์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจที่มีขนาดเล็กกว่าในการเข้าไปฉกฉวยส่วนแบ่งการตลาดได้เช่นกัน
และที่สำคัญที่สุดคือแนวโน้มการบริโภคของชาวเอเชียนั้นไม่ต้องการที่จะบริโภคของที่ได้มาตรฐานเหมือนกันอีกต่อไป แต่หันมานิยมสิ่งของที่ผลิตเฉพาะท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการทางไลฟ์สไตล์มากกว่า เช่น ราฟเฟอร์รสทุเรียนในสิงคโปร์ หรือร่มป้องกันแสงยูวีในเซี่ยงไฮ้ จึงกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กพร้อมจะปรับเปลี่ยนสินค้าได้ง่ายกว่าธุรกิจขนาดใหญ่
เช่นเดียวกันการหาผู้ร่วมทุนในเอเชียยังไม่ซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดกลางอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางสามารถเข้าถึงตลาดท้องถิ่นได้ดีขึ้น ซึ่งดีกว่าการมีหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ซับซ้อนและหลากหลายอย่างแน่นอน เนื่องจากสุ่มเสี่ยงความล่าช้าจากความซับซ้อน
ซิมป์เฟนโดเฟอร์ยังได้อ้างถึงประสบการณ์ในการพูดคุยกับซีอีโอของธุรกิจข้ามชาติรายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า ความคล่องตัวของธุรกิจขนาดกลางในท้องถิ่นเป็นข้อได้เปรียบที่ตอบโจทย์เทรนด์ของเอเชียในยุคนี้ รวมถึงการให้ความเป็นส่วนตัวและสายสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับชุมชนที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่สามารถให้ได้ ซึ่งธุรกิจขนาดกลางก็สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว แน่นอนว่านอกจากธุรกิจข้ามชาติรายใหญ่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันกับธุรกิจเจ้าอื่นแล้ว ยังต้องเผชิญกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีอยู่ในทุกส่วนของตลาด
ในทำนองเดียวกันสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งไม่ได้เปิดช่องว่างทางการเติบโตให้กับธุรกิจการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจประเภทการออกแบบ การตลาด และการกระจายสินค้าอีกด้ว
ย่อมหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในเอเชียนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สามารถปรับใบเรือให้หันตามลมได้เร็วที่สุดถึงจะเป็นผู้ชนะ







