
‘อินชัวรันส์ บูโร’ เริ่มเดินเครื่องก.ค.นี้
ในเดือน ก.ค.นี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะเดินเครื่องทดสอบระบบฐานข้อมูลการประกันภัย หรือ อินชัวรันส์ บูโร (Insurance Bureau System หรือ IBS) อย่างเป็นทางการ หลังจากใช้เวลาปลุกปั้นมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556
ในเดือน ก.ค.นี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะเดินเครื่องทดสอบระบบฐานข้อมูลการประกันภัย หรือ อินชัวรันส์ บูโร (Insurance Bureau System หรือ IBS) อย่างเป็นทางการ หลังจากใช้เวลาปลุกปั้นมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556
ระบบอินชัวรันส์ บูโร ทำงานคล้ายกับเครดิตบูโรของธุรกิจธนาคาร สถาบันการเงิน เพียงแต่เปลี่ยนจากการรวมฐานข้อมูลประวัติสินเชื่อของลูกหนี้ เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้มาเป็นการรวบรวมประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของลูกค้า จำนวนกรมธรรม์ของลูกค้าแต่ละราย เพื่อนำมาคิดราคาเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย
รวมทั้งการนำข้อมูลนี้ไปใช้ติดตามช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์กรณีที่เกิดภัยพิบัติ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งใช้ติดตามพฤติกรรมการทำประกันชีวิตและประกันภัยของลูกค้า เพื่อป้องกันการทุจริตหรือฉ้อฉล
โดยเฉพาะธุรกิจประกันวินาศภัยที่มีอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนถี่ที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจประกันชีวิต โดยปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทประกันวินาศภัยมีการออกกรมธรรม์ทุกประเภทให้ลูกค้าทั่วประเทศ 54.61 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 2.4 ล้านฉบับ เมื่อเทียบกับปี 2556 คิดเป็นวงเงินที่ให้ความคุ้มครองสูงถึง 112.89 ล้านล้านบาท มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 1.22 แสนล้านบาท
กรมธรรม์ที่มีจำนวนมากที่สุด คือ กรมธรรม์ประกันภัยรถ 36.53 ล้านฉบับ แยกเป็น กรมธรรม์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. 28.25 ล้านฉบับ ภาคสมัครใจ 8.27 ล้านฉบับ รองลงมาเป็นกรมธรรม์ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 13.60 ฉบับ โดยกรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคลมีมากที่สุดในกลุ่มนี้จำนวน 10.57 ล้านฉบับ
อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า เดือน ก.ค.นี้ จะเริ่มทดลองระบบอินชัวรันส์ บูโร โดยเริ่มจากการเชื่อมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจก่อนเพราะข้อมูลพร้อมที่สุด มีการจัดเก็บที่สมบูรณ์มากกว่าประกันภัยประเภทอื่นๆ สามารถโอนจากถังข้อมูลของบริษัท ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท หรือ TID เข้าสู่ถังข้อมูลกลางได้ทันที ส่วนข้อมูลประกันภัยประเภทอื่นๆ บริษัทประกันภัยจะนำส่งภายในสิ้นปีนี้
และหลังจาก คปภ.ได้รับข้อมูลจากธุรกิจประกันภัยแล้วจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับฐานข้อมูลอื่นๆ ของ คปภ. เพื่อความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลกลาง เช่น ฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียนค่าสินไหมทดแทน ฐานข้อมูลตัวแทน นายหน้า ประกันภัย ฐานข้อมูลทางการเงิน
หากระบบอินชัวรันส์ บูโร ดำเนินการเต็มรูปแบบ จะทำให้ คปภ.เร่งติดตามให้บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยจ่ายสินไหมทดแทนให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เพราะตรวจสอบได้ทันทีว่าลูกค้าที่เสียชีวิต หรือประสบอุบัติเหตุทำประกันภัย ประกันชีวิตไว้กับบริษัทใด ในวงเงินความคุ้มครองเท่าไหร่
ทั้งนี้ อินชัวรันส์ บูโร เป็นการร่วมกันพัฒนาประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเห็นต้นทุนที่แท้จริงของประกันภัยแต่ละประเภท เห็นการเคลมทั้งระบบ จากเดิมต่างคนต่างเก็บข้อมูล
นับเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจประกันภัยให้แข่งขันได้ในระดับสากล และประชาชนได้ทำประกันภัยภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง







