
จับชีพจรธุรกิจ 5 เดือน ขายพลาดเป้า รอลุ้นรัฐฟื้นศก.
ผ่านพ้นไป 5 เดือนแรกของปี 2558 ย่างเข้าสู่เดือน 6 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาส 2 ทิศทางธุรกิจตลอด 5 เดือนเต็ม หลายๆ กลุ่มเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงเดือน พ.ค. แต่บางกลุ่มก็ยังไม่มีการฟื้นตัว แถมทิศทางอีก 7 เดือนข้างหน้าก็ยังไม่สดใสนัก
ผ่านพ้นไป 5 เดือนแรกของปี 2558 ย่างเข้าสู่เดือน 6 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาส 2 ทิศทางธุรกิจตลอด 5 เดือนเต็ม หลายๆ กลุ่มเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงเดือน พ.ค. แต่บางกลุ่มก็ยังไม่มีการฟื้นตัว แถมทิศทางอีก 7 เดือนข้างหน้าก็ยังไม่สดใสนัก
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค 5 เดือนนั้น ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. ค่อนข้างซบเซา กำลังการซื้อผู้บริโภคไม่ดี แต่พอเข้าสู่เดือน พ.ค. กำลังซื้อเริ่มฟื้นแต่ยังไม่ชัดเจนมากนัก ถือว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น คาดการณ์สภาพตลาดอีก 7 เดือนข้างหน้า การ
จับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ การจัดงานสหพัฒน์ กรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 24-28 มิ.ย. คาดว่าจะมียอดขายภายในงานมากกว่าปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 300 ล้านบาท สำหรับรายได้ของสหพัฒนพิบูล ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาไม่มีอัตราเติบโต และหวังว่ารายได้อีก 7 เดือนข้างหน้าจะเติบโตได้ดี รวมทั้งปีรายได้ของบริษัทตั้งเป้าเติบโต 3.3-3.5% ตามการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าเติบโต 7% จากปีที่ผ่านมามีรายได้เกือบ 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีทิศทางไม่ดีนัก เป็นผลจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว โดย อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกจะติดลบ 2-3% เนื่องจากกำลังซื้อตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย. ซบเซา เครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดภาพและเสียงเป็นตลาดเดียวที่โต 2-3% ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา ส่วนเครื่องซักผ้าไม่โต ขณะที่เครื่องปรับอากาศติดลบ 5% เพราะอากาศร้อนช้า มีฝนตกช่วง เม.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีทิศทางสดใสขึ้น ประเมินว่าตลาดจะโต 5% เนื่องจากช่วง พ.ค. กำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจน แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น เศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือนคนไข้ออกจากห้องไอซียู และกำลังพักฟื้นช่วงไตรมาส 3 ซึ่งตลาดจะกลับมาคึกคักไตรมาส 4 ดังนั้นภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปีคาดจะโต 2-3% แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์ว่า
จะโตได้ถึง 10%
ด่้านธุรกิจร้านอาหาร ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ กล่าวว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารไม่เติบโต รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากผลภาวะเศรษฐกิจโลก ผู้บริโภคคนไทยจึงระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะร้านอาหารระดับล่างและกลางค่อนข้างได้รับผลกระทบหนัก
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่าธุรกิจร้านอาหารจะซบเซาลากยาวถึง 9 เดือน และจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 จึงประเมินว่าเฉพาะธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นปีนี้เติบโตเพียง 10% หรือมีมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท จากเดิมคาดว่าเติบโต 15% สำหรับโออิชิยังไม่ปรับเป้าหมายรายได้ตั้งเป้าโต 20% หรือเกือบ 8,000 ล้านบาท แม้ว่า 5 เดือนที่ผ่านมารายได้จะไม่โต โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์โลคัลมาร์เก็ต ปรับโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับผู้บริโภคแต่ละพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ
ขณะที่กลุ่มสินค้าแฟชั่นได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากที่สุดในปีที่ผ่านมา เพราะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และแม้ว่าจะเข้าสู่ปี 2558 แต่สภาพตลาด 5 ปีที่ผ่านมา บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น กล่าวว่า ธุรกิจสินค้าแฟชั่นยังไม่ถึงขั้นฟื้นตัวแต่ไม่ถึงกับแย่ มั่นใจ 7 เดือนข้างหน้า ตลาดจะเริ่มดีขึ้น โดยเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ไตรมาส 2
สำหรับบริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ 5 เดือนที่ผ่านมารายได้โตเล็กน้อย จากการเดินกลยุทธ์ตลาดหลากหลาย ทั้งโปรโมชั่น เปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง คาดว่าทั้งปีรายได้เติบโต 5% จากปีที่ผ่านมารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท
เบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ ผู้บริหารซูเปอร์ดรักสโตร์ซูรูฮะ กล่าวว่า สภาพธุรกิจค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม มองว่า 6 เดือนคาดว่ามีอัตราเติบโตไม่เกิน 10% ถือว่าเป็นตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพและความงาม ให้ความสำคัญการดูแลป้องกันมากกว่าการรักษา ทำให้มั่นใจว่าทิศทางตลาดมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทในอีก 7 เดือนข้างหน้าจะสดใส ส่วนรายได้ซูรูฮะ 5 เดือน โต 10% ตามเป้าหมาย
จากสภาพตลาดทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังไม่ฟื้นตัวดีชัดเจน แต่ไม่ถึงกับแย่นัก โดยภาคเอกชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าครึ่งปีหลังการที่รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจะช่วยผลักดันกำลังซื้อผู้บริโภคให้ฟื้นตัวดีขึ้นได้







