posttoday
บทใหม่ของ ‘บางจาก’ ปรับภาพลักษณ์ สร้างความยั่งยืน

บทใหม่ของ ‘บางจาก’ ปรับภาพลักษณ์ สร้างความยั่งยืน

04 มิถุนายน 2558

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

ในปี 2558 บริษัท บางจากปิโตรเลียม มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่การก้าวเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช พร้อมทั้งการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น หลังจากที่บริษัท ปตท.ปล่อยขายหุ้น 27% ในบางจากออกไป โดยมีกองทุนวายุภักษ์ กองทุนประกันสังคม และกระทรวงการคลังถือหุ้นรวมกัน 40%

การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ได้สร้างความมั่นคงและความคล่องตัว พร้อมกับการปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ของบางจาก ทั้งในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ถือเป็นการขึ้นบทใหม่ของบางจากเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้นในธุรกิจพลังงาน โดยมีเป้าหมายยกระดับบางจากเป็นบริษัทพลังงานในระดับภูมิภาค และเป็นเบอร์ 2 ในไทย

“5 เดือนที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะในบางจาก เรามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทั้งกองทุนวายุภักษ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้บริษัท แต่ก็ยังเป็นเอกชนที่มีความคล่องตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันได้มีการขยายการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจพลังงานทดแทนที่เป็นพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว และธุรกิจตลาดที่อยู่ในปั๊มน้ำมันที่มีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” ชัยวัฒน์ กล่าว

ปัจจุบันบางจากมีปั๊มน้ำมันอยู่ทั้งหมด 1,000 แห่ง เป็นปั๊มมาตรฐานของบางจากเอง 400 แห่ง ส่วนอีก 600 แห่ง เป็นปั๊มสหกรณ์ ในส่วนนี้อยู่ในธุรกิจการตลาดของบางจากซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 20% ของกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (อีบิตดา) 90% มาจาการขายน้ำมัน ส่วนอีก 10% มาจากการขายสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน ต่อไปจะปรับสัดส่วนเป็น 70-30% ตามลำดับ ใน 3-5 ปีนี้

“ในส่วนของปั๊มมาตรฐานจะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าไป ไม่ใช่แค่ขายน้ำมันและรีเทล โดยจะพัฒนาปั๊มที่เป็นแฟล็กชิปที่ดูทันสมัยขึ้น เพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รองรับชุมชนรอบๆ เมือง แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งงานขนาดใหญ่ โดยจะมีร้านกาแฟ อินทนิน ปาร์ค ร้านอาหารปรุงสด เลมอน กรีน คิทเช่น โดยได้เริ่มเปิดแล้วที่ถนนบายพาสชลบุรี ใกล้ๆ นิคมอุตสาหกรรมอมตะ และจะเปิดที่ชะอำ พัฒนาการ ราชพฤกษ์ ศรีนครินทร์ ในขนาดพื้นที่ 2-3 ไร่ เป้าหมายปั๊มในรูปแบบดังกล่าวจะจะมีประมาณ 10-15 ปั๊ม”

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้ปั๊มน้ำมันบางจากสามารถรองรับไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้ในขณะที่เข้ามาเติมน้ำมันได้ เป็นการทำตลาดเพื่อหาลูกค้าเฉพาะกลุ่มของบางจาก โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับใคร ขณะที่ปั๊มที่เป็นสหกรณ์ บางจากก็มีแนวคิดที่จะเข้าไปพัฒนาอะไรอีกหลายอย่าง เพื่อรองรับการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับชุมชน

อีกความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างชัดเจน คือ การเข้าไปลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ ชีวมวล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น และในเป้าหมาย 5 ปีนับจากนี้จะเข้าไปลงทุนพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มจาก 118 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ หรือขยายตัวขึ้น 5 เท่า ด้วยเงินลงทุน 2.6 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้มีเป้าหมายขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 200-250 เมกะวัตต์

ล่าสุด บางจากได้ให้ความสนใจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพลังงานทดแทน โดยสนใจเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ หากศึกษาแล้วมีความเป็นไปได้บริษัทก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุนทั้งสองประเทศ เพื่อขยายธุรกิจพลังงานทดแทนให้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

ขณะที่ธุรกิจหลักของบางจาก ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้มีแนวโน้มที่ดี โดยมีปริมาณการกลั่นในช่วงไตรมาสแรก 1.08 แสนบาร์เรล/วัน มีสัดส่วนอีบิตดาอยู่ที่กว่า 4,000 ล้านบาท แต่ยังขาดทุนสต๊อกน้ำมันอีบิตดา จึงลดลงอยู่ที่ 2,400-2,500 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.1-1.2 แสนบาร์เรล/วัน และจะไม่มีผลขาดทุน ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันจึงอยู่ในแนวโน้มที่ดี ขณะที่ราคาน้ำมันน่าจะขึ้นลงอยู่ในระดับ 55-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

อย่างไรก็ตาม เพื่อความยั่งยืนและลดความเสี่ยงในธุรกิจน้ำมันที่มีสัดส่วนอีบิตดารวมกันอยู่ที่ 70% (เป็นธุรกิจโรงกลั่น 50% และธุรกิจจำหน่าย 20%) นอกจากพลังงานทดแทนแล้วที่ผ่านมาบางจากได้เพิ่มขาธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมขึ้นมาอีกหนึ่งขา โดยการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท นิโด้ ปิโตรเลียม ประเทศออสเตรเลีย ที่ได้สำรวจและผลิตแหล่งน้ำมันที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอยู่ในขณะนี้ และมีความพร้อมหากในไทยจะเปิดสัมปทานรอบที่ 21

ทั้งหมดคือการเริ่มต้นบทใหม่ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับบางจาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ