
‘MEGA’ลั่นขอโตเท่าตัว ร่วมทุนโรงงานยาอินโดฯ
เมก้าฯ เร่งโตก้าวกระโดด คาดไตรมาส 3 สรุปผลร่วมทุนโรงงานผลิตยาอินโดนีเซีย
เมก้าฯ เร่งโตก้าวกระโดด คาดไตรมาส 3 สรุปผลร่วมทุนโรงงานผลิตยาอินโดนีเซีย
นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาหลายดีล เพื่อการร่วมทุน การเข้าซื้อและการควบรวมกิจการ ซึ่งใช้เป็นกลยุทธ์สร้างการเติบโตจากธุรกิจแบบปกติ ทั้งนี้คาดว่าในช่วงไตรมาส 3 มีโอกาสที่จะเห็นการร่วมทุนกับพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อตั้งโรงงานผลิตยาในประเทศอินโดนีเซีย
สำหรับกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ต้องการลงทุน คือประเทศที่บริษัทมีทีมงานประจำพร้อมในตลาดดังกล่าว และนำสินค้าเข้าจำหน่ายในตลาดแล้ว กลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ เวียดนาม แอฟริกา ส่วนแหล่งเงินทุนบริษัทมีความพร้อมจากเงินที่ยังเหลือจากระดมทุนเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท รวมถึงความสามารถในการกู้เพิ่มเติม แล้วสามารถใช้วิธีการแลกหุ้น (สวอป) จึงพร้อมที่จะซื้อหรือควบรวมในธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า
“การพิจารณาร่วมทุนหรือซื้อกิจการประเด็นสำคัญที่สุดต้องช่วยสร้างประโยชน์กับบริษัทและพันธมิตร ต้องหนึ่งบวกหนึ่งให้เท่ากับสาม ไม่ใช่แค่สอง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแบรนด์ของบริษัทที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงระดับ 63%” นายวิเวก กล่าว
สำหรับแผน 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 ตั้งเป้าว่ากำไรและรายได้เติบโตขึ้น 2 เท่าตัว โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มหลังได้ลงทุนไป โรงงานรองรับการผลิตได้ และเป้าหมายมาจากการเติบโตแบบปกติจากฐานธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งกลุ่มอาเซียน ไทย พม่า เวียดนาม และกลุ่มประเทศในแอฟริกาที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงเฉลี่ย 7-8% ต่อปี จำนวนประชากรขยายตัวเฉลี่ย 4-5% ต่อปี ส่วนปีคาดว่ารายได้เติบโต 10% จากปี 2557 ที่มีรายได้ 7,768 ล้านบาท อย่างไรก็ดีค่าเงินในแอฟริกาทั้งไนจีเรียและการ์เนียนส่งผลกระทบต่อบริษัทบ้าง แต่บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งการลงทุนและใช้จ่ายเป็นเงินสกุลท้องถิ่น และขึ้นราคาสินค้า







