
สีสังเคราะห์ในอาหาร
ปัจจุบัน “สีผสมอาหาร” ชนิดที่เป็น “สีสังเคราะห์” เราสามารถเจอได้ในอาหารอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทโดยเฉพาะในอาหารจำพวกขนมหวาน เช่น ลูกอม เจลลี่ ไอศกรีม และพวกเครื่องดื่มต่างๆ แม้ตามกฎหมายจะอนุญาตให้ใช้สีสังเคราะห์ได้ แต่ก็มีการควบคุมเรื่องของปริมาณและชนิดของอาหารที่จะใช้สีสังเคราะห์ในการผสมอาหาร
ปัจจุบัน “สีผสมอาหาร” ชนิดที่เป็น “สีสังเคราะห์” เราสามารถเจอได้ในอาหารอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทโดยเฉพาะในอาหารจำพวกขนมหวาน เช่น ลูกอม เจลลี่ ไอศกรีม และพวกเครื่องดื่มต่างๆ แม้ตามกฎหมายจะอนุญาตให้ใช้สีสังเคราะห์ได้ แต่ก็มีการควบคุมเรื่องของปริมาณและชนิดของอาหารที่จะใช้สีสังเคราะห์ในการผสมอาหาร
เมื่อปี 2550 ที่ประเทศอังกฤษ กลุ่มนักวิชาการได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกข้อบังคับกับผู้ผลิตอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเด็ก ขนมหวาน เครื่องดื่ม ให้ยกเลิกการใช้สีสังเคราะห์ 6 ชนิด ได้แก่ ซันเซต เยลโลว์ เอฟซีเอฟ, ตาร์ตราซีน, ปองโซ 4 อาร์, ควิโนลีนเยลโลว์, คาร์โมอีซีน และอัลลูราเรด เนื่องจากมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าสารจากสีสังเคราะห์เหล่านี้ส่งผลให้เด็กป่วยด้วยโรคสมาธิสั้น
สีสังเคราะห์เหล่านี้ไม่มีความจำเป็นต่อการนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร เพราะไม่ได้เพิ่มคุณค่าทางอาหาร มีแต่จะสร้างผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งการเรียกร้องครั้งนี้ทำให้
เกิดการตื่นตัวของทั้งผู้บริโภค พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงบริษัทผู้ผลิตอาหารทั้งในอังกฤษ ยุโรป และอเมริกา ก็เริ่มปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ใช้สีสังเคราะห์อาหารลดลง
ในประเทศไทยก็คุมเข้มเรื่องการใช้สีผสมอาหารโดยหน่วยงานของรัฐ คือ กระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดประเภทของอาหารที่ห้ามใช้ผสมอาหารเด็ดขาด ได้แก่ อาหารสำหรับทารก นมดัดแปลงสำหรับทารก อาหารเสริมสำหรับเด็ก ผลไม้สด ผลไม้ดอง ผักดอง เนื้อสัตว์สด เนื้อสัตว์แปรรูป เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้ว แหนม กุนเชียง ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ ทอดมัน กะปิ น้ำพริกแกง ข้าวเกรียบต่างๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว เส้นสปาเกตตี มะกะโรนี
อันตรายของสีสังเคราะห์ หากร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไปจะมีผลต่อระบบกระเพาะอาหาร ระบบการดูดซึมอาหาร ระบบตับและไต ผู้ที่แพ้สีสังเคราะห์ในอาหารจะมีอาการเกิดผื่นที่ผิวหนัง หน้าบวม คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดิน บางรายอาจมีอาการชา เพลีย ถ้าอาการรุนแรงต้องรีบพบแพทย์ทันที
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค สอบถามข้อมูลได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” www.ฉลาดซื้อ.com







