
วัสดุจับมือสู้ยักษ์
ตลาดวัสดุก่อสร้างซึม ต้องผนึกพันธมิตรขายสินค้าเป็นแพ็กเกจลุยเจาะโครงการ
ตลาดวัสดุก่อสร้างซึม ต้องผนึกพันธมิตรขายสินค้าเป็นแพ็กเกจลุยเจาะโครงการ
นายวรวัชร ตันตรานนท์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตกระเบื้องปูพื้นและบุผนังแบรนด์ ดูราเกรส อาร์ซีไอ และเซอเกรส เปิดเผยว่า ตลาดกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในปีนี้ค่อนข้างซบเซา โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-ล่าง เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น หากรัฐบาลมีการเร่งกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคผ่านโครงการสาธารณูปโภค เชื่อว่าจะหนุนให้ตลาดครึ่งปีหลังกลับมาดีขึ้น
ด้าน นายศิวะ มหาสันทนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานอาวุโส (สายงานการตลาดและการขาย) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง หรือปูนอินทรี กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจก่อสร้างในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ประเมินว่าปริมาณความต้องการบริโภคปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้น 2-3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐมีการลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้า คาดว่าความต้องการบริโภคปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้น 5-7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังพบว่าภาพรวมของธุรกิจวัสดุก่อสร้างเริ่มมีการแข่งขันสูงจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด จึงทำให้ต้องมีการผนึกกำลังกับผู้ประกอบการ โดยได้จัดตั้ง “อินทรี อลิอันซ์” รวมพันธมิตร 12 บริษัท ได้แก่ ปูนซีเมนต์นครหลวง, นครหลวงคอนกรีต, อินทรี ซุปเปอร์บล๊อก, คอนวูด, ไทยผลิตภัณฑ์ยิปซั่ม, สหโมเสคอุตสาห กรรม, เจ.บี.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์, เอคโค โคท, เซรามิค รูฟฟิ่ง โปรดักส์, อควาไลน์ โปรทาร์เก็ต, วิบูลย์วัฒนอุตสาหกรรม และกะรัต ฟอเซท ซึ่งในอนาคตอยู่ระหว่างการเจรจาที่จะมีพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อจะให้มีสินค้าที่ครอบคลุมกลุ่มโครงสร้าง กลุ่มหลังคา กลุ่มวัสดุปูพื้นผิว และกลุ่มวัสดุตกแต่ง เคมีภัณฑ์ และสุขภัณฑ์
“การมาจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันจะแชร์งบการตลาดกันเล็กน้อย แต่จะสามารถเจาะโครงการได้ง่าย หากเข้าไปเป็นพันธมิตรขนาดใหญ่และมีสินค้าหลากหลาย ที่สำคัญจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่าการเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการเป็นรายๆ ไป” นายศิวะ กล่าว







